เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อมด้วย นายบรรณรักษ์ เสริมทอง เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) นำคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา เพื่อติดตามและเช็กความพร้อมขั้นสุดท้ายในการรองรับผู้เชี่ยวชาญจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ที่จะเดินทางมาตรวจประเมินพื้นที่จริง สำหรับการเสนอชื่อ “เชียงใหม่ เมืองหลวงแห่งล้านนาและภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรม” เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกทางวัฒนธรรม
นางรวีวรรณ เปิดเผยว่า ผู้ตรวจประเมินจากยูเนสโกจะมาเชียงใหม่ในวันที่ 3 ส.ค. 2569 นี้ และจะใช้เวลาลงพื้นที่ตรวจประเมินเชิงลึกเป็นเวลา 5 วันเต็ม โดยจะครอบคลุมพื้นที่สำคัญตามเอกสารเสนอชื่อ ได้แก่ วัดสำคัญ 7 แห่ง คือ วัดเชียงมั่น, วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร, วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร, วัดสวนดอก (วัดบุปผาราม), วัดเจ็ดยอด (วัดโพธารามมหาวิหาร), วัดอุโมงค์ (สวนพุทธธรรม), วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร รวมถึงกำแพงเมืองและคูเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของล้านนา
นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ได้กำชับให้เน้นการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ไฮไลต์อย่าง วัดอุโมงค์ และ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ให้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ ดูแลความสะอาด และยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยให้สมเกียรติกับคุณค่าอันโดดเด่นระดับโลก
ปลัด ทส. กล่าวเพิ่มเติมว่า นับเป็นนิมิตหมายที่ดีอย่างยิ่งที่ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคประชาชน และผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณเชิงบันไดทางขึ้น-ลงวัดพระธาตุดอยสุเทพ ที่พร้อมใจกันช่วยจัดระเบียบร้านค้า ปรับปรุงภูมิทัศน์ และรักษาความสะอาดโดยรอบอย่างแข็งขัน ซึ่งพลังความร่วมมือของคนในพื้นที่นี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความประทับใจและผลักดันให้เชียงใหม่ก้าวสู่การเป็นเมืองมรดกโลกแห่งใหม่ได้สำเร็จ






