นายสรศักดิ์ ใจตุ้ย นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานโครงการในช่วงวันหยุด ร่วมกับนายนคร สอนสมฤทธิ์ เจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินน่าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตรา ปั้นรูป นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.ตาก และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกชัย ดวงใจ หัวหน้าโครงการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จ.น่าน พร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายเกษตรปลอดการเผา จำนวน 15 ราย ณ ศูนย์เรียนรู้ชั่วคราวของนายประดิษฐ์ ดวงมา ผู้ใหญ่บ้านบ้านพืชเจริญ หมู่ที่ 1 ตำบลน้ำตก อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “การขยายผลเครือข่ายชุมชนด้านการจัดการวัสดุเศษเหลือทางการเกษตรเพื่อลดจุดความร้อน (Hot Spot) และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในจังหวัดน่าน” ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยมุ่งเตรียมความพร้อมในการพัฒนา “ศูนย์เรียนรู้สู่การปฏิบัติ” ภายใต้กรอบแนวคิด “เกษตรปลอดการเผา–เศรษฐกิจหมุนเวียน–ชุมชนยั่งยืน” เพื่อให้เป็นพื้นที่สาธิต ถ่ายทอดองค์ความรู้ และส่งเสริมการนำเศษเหลือวัสดุทางการเกษตรกลับมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม
แนวทางดังกล่าวมีบทบาทสำคัญต่อการลดการเผาในพื้นที่เกษตร ลดการเกิดจุดความร้อนและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 รวมทั้งช่วยลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรที่มีอยู่ในชุมชน และพัฒนาระบบการผลิตทางการเกษตรที่เชื่อมโยงกิจกรรมด้านพืช ปศุสัตว์ และประมงให้เกื้อกูลกันอย่างเป็นระบบ

กิจกรรมการเตรียมความพร้อมและการสาธิตภายในศูนย์เรียนรู้ ประกอบด้วย การใช้เศษเหลือวัสดุทางการเกษตรเป็นวัสดุรองพื้นในบ่อเลี้ยงกบ นำเศษวัสดุที่ย่อยสลายได้มาใช้เป็นวัสดุรองพื้น เพื่อช่วยดูดซับของเสียและสิ่งขับถ่ายจากกบ ลดการสะสมของน้ำเสียและกลิ่นภายในบ่อ เมื่อวัสดุผ่านการใช้งานและเกิดการย่อยสลายแล้ว สามารถนำไปใช้เป็นวัสดุปรับปรุงบำรุงดิน หรือเป็นแหล่งอาหารสำหรับไส้เดือนดินได้ เป็นการใช้ทรัพยากรหมุนเวียนภายในระบบการผลิตอย่างคุ้มค่าการใช้เศษเหลือวัสดุทางการเกษตรเป็นวัสดุให้สาหร่ายและพืชน้ำขนาดเล็กยึดเกาะสำหรับเลี้ยงหอยขมในตะกร้า นำเศษวัสดุทางการเกษตรมาจัดวางในระบบเลี้ยง เพื่อเป็นพื้นผิวให้สาหร่าย จุลินทรีย์ และพืชน้ำขนาดเล็กยึดเกาะและเจริญเติบโต ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติสำหรับหอยขม ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร และส่งเสริมการเลี้ยงหอยขมโดยอาศัยกระบวนการทางธรรมชาติ
ซึ่งการใช้เศษเหลือวัสดุทางการเกษตรเป็นวัสดุปรับปรุงและบำรุงดิน นำเศษวัสดุทางการเกษตรมาผ่านกระบวนการหมักหรือย่อยสลาย เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับปรุงสมบัติของดินสำหรับการปลูกฟักทอง ผักหวาน ถั่วลิสง และพืชสวนครัวชนิดต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความร่วนซุย ความสามารถในการอุ้มน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ของดิน พร้อมทั้งลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมีและการใช้เศษเหลือวัสดุทางการเกษตรเป็นวัสดุรองพื้นสำหรับการเลี้ยงไก่และเป็ดพื้นเมือง

อีกทั้งนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่เหมาะสมมาใช้รองพื้นคอก เพื่อช่วยดูดซับความชื้นและสิ่งขับถ่าย ลดกลิ่นและความสกปรกภายในพื้นที่เลี้ยง หลังสิ้นสุดรอบการเลี้ยงสามารถนำวัสดุรองพื้นที่ผสมกับมูลสัตว์ไปผลิตเป็นปุ๋ยหมักสำหรับใช้ในแปลงเกษตร เป็นการเชื่อมโยงกิจกรรมปศุสัตว์กับการผลิตพืชในพื้นที่อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
ทั้งนี้การดำเนินงานครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หน่วยงานด้านการพัฒนาที่ดิน สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน และเครือข่ายเกษตรกร ในการนำองค์ความรู้และผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ โดยมีเป้าหมายพัฒนาศูนย์เรียนรู้ให้เป็นต้นแบบการจัดการเศษเหลือวัสดุทางการเกษตรที่ประชาชนสามารถเข้ามาศึกษา ทดลอง และนำไปปฏิบัติได้จริง อันจะนำไปสู่การลดการเผา ลดปัญหา PM 2.5 ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนฐานรากต่อไป



