สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่า พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานาธิบดีเมียนมา แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเป็นครั้งแรก หลังรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา


ทั้งนี้ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ใช้เวลาในช่วงหนึ่งเน้นวิจารณ์แผนสันติภาพ “ฉันทามติ 5 ข้อ” ของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ว่าเลือกปฏิบัติต่อเมียนมาอย่างชัดเจน และยืนยันว่า รัฐบาลจะตอบสนองต่อการดำเนินการที่ “ไม่สร้างสรรค์” เป็นรายกรณี


ผู้นำเมียนมากล่าวว่า รัฐบาลมีแผนจัดการเลือกตั้งซ่อมในปี 2570 จำนวน 172 เขตเลือกตั้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เมื่อช่วงเดือน ธ.ค. 2568 ถึง ม.ค. ปีนี้ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมยืนยันว่า จะเดินหน้าเสริมศักยภาพของกองทัพและตำรวจ รวมถึงบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารต่อไป


ขณะเดียวกัน รัฐบาลเมียนมาเชิญกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธเข้าร่วมการเจรจาโดยไม่มีเงื่อนไข และจนถึงขณะนี้ได้หารือกับ 13 กลุ่มแล้ว นอกจากนี้ ยังเดินหน้าปราบปรามการฟอกเงิน การลักลอบค้าอาวุธ การค้ายาเสพติด และการปราบปรามเครือข่ายหลอกลวงทางออนไลน์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์


ในด้านเศรษฐกิจ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเร่งผลักดันโครงการทางหลวงสามฝ่าย อินเดีย-เมียนมา-ไทย และโครงการรถไฟมัณฑะเลย์-มูเซอ ซึ่งเชื่อมต่อชายแดนจีน เพื่อเพิ่มศักยภาพการส่งออกสินค้าไปยังตลาดโลกด้วยต้นทุนที่ต่ำลง


นอกจากนี้ รัฐบาลกำลังดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้า 10 โครงการ รวมถึงโครงการเขื่อนมิตโซน และแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ พร้อมทั้งเตรียมเพิ่มสัดส่วนงบประมาณด้านการศึกษาเป็น 10% ของงบประมาณแผ่นดินในปีงบประมาณหน้า และเพิ่มเป็น 15% ในปีงบประมาณ 2571-2572


อย่างไรก็ตาม พล.อ. มิน อ่อง หล่าย ยอมรับว่า การอพยพของคนหนุ่มสาวอายุระหว่าง 18-34 ปี ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของเมียนมา พร้อมย้ำว่า รัฐบาลจะมุ่งส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวและเกษตรกรรม โดยเฉพาะการเพิ่มผลผลิตฝ้าย ผ่านการสนับสนุนสินเชื่อและเทคโนโลยีแก่เกษตรกร


ทั้งนี้ ผู้นำเมียนมาทิ้งท้ายด้วยการให้คำมั่นว่า จะใช้เวลา 2 ปี ในการวางรากฐานการสร้างประเทศ และอีก 3 ปี เพื่อเร่งเดินหน้าพัฒนาประเทศอย่างเต็มรูปแบบ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS