ข่าเจ้าคุณวินิจ หรือ กล้วยจะก่าหลวง  กล้วยจ๊ะก่า   กล้วยเครือคำ   ว่านสาวหลง  พืชล้มลุกอายุหลายปี มีเหง้าใต้ติน สูงประมาณ 50-70 ซม. ใบ เป็นใบเดี่ยว รูปไข่แกมรูปรี กว้าง 10-20 ซม. ยาว 15-25 ซม. ใบอ่อนมีขนสีขาวเล็กๆ ปกคลุม โคนใบมนปลายใบแหลม ก้านใบเรียว ส่วนโคนแผ่เป็นกาบหุ้มซ้อนกันเป็นลำต้นเทียม ดอก สีเหลือง ออกเป็นช่อที่ปลายยอดยาว 8-15 ซม. ห้อยโค้งลง มีใบประดับรูปไข่แกมรีสีขาว ชมพูถึงสีม่วงหรือขาวรองรับ แต่ละแขนงจะมีดอก 2-3 ดอกกลีบรองดอกเชื่อมกันเป็นหลอดสีเขียว กลีบดอกสีเหลือง พัฒนามาจากเกสรผู้ที่เป็นหมัน เกสรผู้ 1 อันมีก้านซูเกสรงอนโค้ง ยาว 2 ซม. ที่ปลายแผ่เป็น 4 แฉกรูปดาว ผล รูปไข่ขนาด 7 มม. ผิวด้านนอกเว้าเป็น 3 พู ภายในมี 6 เมล็ดการกระจายและนิเวศวิทยา พบขึ้นได้ดีในเขตร้อน ตามพื้นที่ชุ่มชื้น ที่ระดับน้ำทะเลจนถึงความสูง 400 ม. ออกดอกช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม

เหง้าข่า หรือส่วนที่เรานำมารับประทานกัน มีรสเผ็ดปร่า และมีน้ำมันหอมระเหย ให้กลิ่นหอมฉุน จึงนิยมนำข่ามาใช้ประกอบอาหารหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้มยำ ต้มแซ่บ น้ำพริก รวมทั้งเครื่องแกงต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนและความหอม นอกจากนี้คนไทยยังนิยมนำหน่อและดอกของข่ามาทำเป็นผักแกล้มน้ำพริกอีกด้วย ส่วนด้านคุณประโยชน์ในการรักษาโรคนั้น ข่าก็มีมากไม่แพ้สมุนไพรอื่นๆ เพราะมักนำมาใช้เป็นยารักษาอาการเจ็บป่วยในแทบทุกระบบของร่างกาย

ประโยชน์ของ ข่ามีซิเนออล การบูร และยูจีนอล ที่มีฤทธิ์ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ ส่วนน้ำมันหอมระเหยจากเหง้าข่าก็ช่วยขับลมได้ดี นอกจากนี้สารบางชนิดในข่ายังช่วยยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร รวมถึงยับยั้งเชื้อจุลชีพซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงได้ สารยูจีนอลจากเหง้าข่ามีฤทธิ์ขับน้ำดีจึงช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ลดอาการแน่นจุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกินไป กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ใช้เหง้าข่าสด 5 กรัม หรือเหง้าแห้ง 2 กรัม ไปต้มกับน้ำจนเดือด แล้วนำน้ำที่ได้มาดื่ม

 รักษาโรคกลาก เกลื้อน จากการวิจัยพบว่า สารสกัดจากข่าสามารถรักษาโรคกลากเกลื้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับการใช้ยารักษากลากอย่างโทลนาฟเตท (Tolnaftate) โดยนำสารสกัดข่าด้วยน้ำกลั่น เมทานอล ไดคลอโรมีเทน เฮกเซน หรือแอลกอฮอล์มาใช้ พบว่า สามารถฆ่าเชื้อราสาเหตุของโรคกลากเกลื้อนได้ การรักษากลากเกลื้อน ให้นำเหง้าข่าแก่มาตำให้ละเอียด เติมเหล้าขาวลงไปผสมให้เข้ากันดี แล้วนำมาทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน แก้ลมพิษให้นำเหง้าแก่สด 1 แง่ง ตำให้ละเอียด แล้วนำเหล้าขาวมาผสมให้พอแฉะ ผสมกันทิ้งไว้ 1-2 คืน แล้วนำส่วนผสมที่ได้ (ทั้งเนื้อและน้ำ) มาทาบริเวณที่เป็นลมพิษ ทาบ่อยๆ ทุกเช้าเย็น จนกว่าอาการจะดีขึ้น และพยายามหลีกเลี่ยงปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดลมพิษไปพร้อมๆ กัน

ข่ามีสรรพคุณในการช่วยรักษาโรคผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคกลากเกลื้อน ผื่นคัน หรือลมพิษ รวมถึงการลดอาการปวดบวมจากแมลงกัดต่อย ให้นำเหง้ามาฝนกับน้ำมะนาว แล้วทาบริเวณที่ถูกกัดต่อย แต่หากรู้สึกแสบร้อนให้หยุดใช้ทันที แล้วรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพราะนั่นอาจเป็นอาการแพ้ข่า หากยังใช้ต่อไปจะทำให้เกิดผื่นแพ้ หรืออาการอื่นๆ ตามมาได้ บรรเทาอาการปวดบวม เคล็ดขัดยอก นำข่ามาตำให้ละเอียด พอกบริเวณที่มีอาการ นอกจากนี้ยังสามารถนำมารับประทาน หรือประคบ เพื่อช่วยแก้อาการปวดต่างๆ ทั้งยังช่วยลดอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี

 รักษาอาการปวดเมื่อย  นำต้นข่าแก่มาตำผสมกับน้ำมันมะพร้าวให้เข้ากันดี แล้วนำไปทา หรือนวดบริเวณที่ปวดวันละ 1 ครั้ง จะช่วยให้อาการปวดเมื่อยค่อยๆ ทุเลาลงได้ บรรเทาอาการในระบบทางเดินหายใจข่าเป็นสมุนไพรที่มีรสชาติเผ็ดร้อนจึงเหมาะสำหรับแก้อาการหวัดในช่วงหน้าหนาว ที่สำคัญยังช่วยบรรเทาอาการหอบหืดได้ดี ในสมัยโบราณนิยมนำข่ามาต้มรับประทานเพื่อบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก รักษาอาการคลื่นไส้จากการเมารถ ใช้เหง้าข่าสด ยาวประมาณ 30 เซนติเมตรขึ้นไป นำมาทุบ หรือตำจนละเอียด เติมน้ำปูนใสลงไปประมาณ 1 ครึ่งแก้ว และดื่มครั้งละ 1 แก้วหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น จนกว่าจะหาย

การรับประทานข่าในอาหารทั่วไปนั้นปลอดภัยต่อสุขภาพ ส่วนการนำมาใช้เพื่อบำรุง หรือรักษาโรคก็สามารถใช้ได้ แต่ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้ด้วย โดยควรใช้ในปริมาณที่พอดีและไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือกำลังใช้ยารักษาโรคชนิดใดอยู่ก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ข่า อาหารเสริม และสมุนไพรอื่นๆ ทุกครั้ง.