หม่อน หรือ มัลเบอร์รี เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง เปลือกต้นสีน้ำตาลแดง ลำต้นตั้งตรง แตกกิ่งก้านไม่มากนัก ใบเดี่ยวเรียงสลับ รูปไข่ หรือรูปไข่กว้าง ขอบเรียบหรือหยักเว้าเป็นพู ขึ้นกับพันธุ์ กว้าง 8-14 ซม. ยาว 12-16 ซม. ผิวใบสากคาย ปลายเรียวแหลมยาว ฐานใบกลม หรือรูปหัวใจ หรือค่อนข้างตัด ใบอ่อนขอบจักเป็นพูสองข้างไม่เท่ากัน ขอบพูจักเป็นซี่ฟัน เส้นใบมี 3 เส้น ออกจากโคนยาวไปถึงกลางใบ และเส้นใบออกจากเส้นกลางใบ 4 คู่ เส้นร่างแหเห็นชัดด้านล่าง ใบสีเขียวเข้ม ผิวใบสากคาย ก้านใบเล็กเรียว ยาว 1.0-1.5 ซม.
หูใบรูปแถบแคบปลายแหลม ยาว 0.2-0.5ซม. ดอกเป็นดอกช่อ รูปทรงกระบอกออกที่ซอกใบ และปลายยอด แยกเพศอยู่บนต้นเดียวกัน ช่อดอกเพศผู้และช่อดอกเพศเมียอยู่ต่างช่อกัน วงกลีบรวมสีขาวหม่น หรือสีขาวแกมเขียว ช่อดอกเป็นหางกระรอก ยาวประมาณ 2 ซม. ดอกเพศผู้ วงกลีบรวมมี 4 แฉก เกลี้ยง เกสรเพศเมีย วงกลีบรวมมี 4 แฉก เกลี้ยง ขอบมีขน เมื่อเป็นผลจะอวบน้ำ รังไข่เกลี้ยง ก้านเกสรเพศเมียมี 2 อัน ผลเป็นผลรวม รูปทรงกระบอก มีสีเขียว เมื่อสุกสีม่วงแดงเข้ม เกือบดำ ฉ่ำน้ำ มีรสหวานอมเปรี้ยว
ประโยชน์ของหม่อน มีวิตามินเค 1 และแคลเซียมสูง ซึ่งมีความสำคัญต่อการแข็งตัวของเลือด เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน มีธาตุเหล็กปริมาณสูง ช่วยการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เม็ดเลือดแดงลำเลียงออกซิเจนไปยังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น และยังช่วยให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานดีขึ้นอีกด้วย มีโพแทสเซียม ช่วยควบคุมความดันโลหิต ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
มีใยอาหารสูง ช่วยการทำงานของระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก ลดอาการท้องผูก ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ และใยอาหารยังช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แอนโทไซยานิน (Anthocyanin) วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยบำรุงและปกป้องผิวหนัง ช่วยบำรุงสมองและป้องกันภาวะสมองเสื่อม ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง
มีสารกลุ่ม Flavonoid ที่สำคัญต่อการทำงานของหลอดเลือด ป้องกันหลอดเลือดตีบ ป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ช่วยให้ร่างกายควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้น เพราะมีสารประกอบ DNJ (1-deoxynojirimcin) ที่ทำหน้าที่ยับยั้งเอนไซม์ในการย่อยน้ำตาล จึงช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร
สำหรับ ข้อควรระวัง ผู้ที่ใช้ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด มัลเบอร์รี่มีสารที่อาจช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำเกินไปในผู้ที่กำลังใช้ยาลดระดับน้ำตาล เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ใช้ยารักษาโรคนี้ ควรปรึกษาแพทย์ ผู้ที่มีประวัติแพ้ผลไม้ชนิดอื่นหรือสารสกัดจากพืชอาจมีความเสี่ยงในการเกิดอาการแพ้จากการบริโภคมัลเบอร์รี่ ควรระวังอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน หายใจลำบาก หรืออาการบวม
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไต มัลเบอร์รี่อาจมีปริมาณโพแทสเซียมสูง ควรบริโภคในปริมาณมากอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการทำงานของไต เนื่องจากไตอาจไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกจากร่างกายได้ ทำให้เกิดภาวะโพแทสเซียมสูงในเลือด (Hyperkalemia)
การทานร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด มัลเบอร์รี่อาจมีผลทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้นและอาจมีฤทธิ์ในการต้านการแข็งตัวของเลือด หากรับประทานร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน (Warfarin) ควรระวังการเกิดภาวะเลือดออกมากผิดปกติ การบริโภคมัลเบอร์รี่ในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสียหรือปวดท้อง เนื่องจากมัลเบอร์รี่มีไฟเบอร์สูง



