จากเหตุการณ์ คนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน บุกเข้าไปภายในเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ก่อเหตุวางเพลิงและวางระเบิด ส่งผลให้ทรัพย์สินของทางราชการได้รับความเสียหายอย่างหนัก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ส.ค. เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าอาคารสำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง บริเวณหน้าต่างเหล็กชั้นล่างถูกคนร้ายงัด ขณะที่ชั้น 2 ซึ่งเป็นห้องสำนักงานถูกเพลิงไหม้จนได้รับความเสียหาย ภายในยังพบคราบเขม่าดำ เอกสารถูกไฟไหม้เสียหายจำนวนมาก

ส่วนบริเวณโรงจอดรถ ซึ่งอยู่ห่างจากสำนักงานประมาณ 10 เมตร พบรถของเทศบาลตำบลพ่อมิ่งจำนวน 3 คัน ทั้งรถขยะ รถดับเพลิง และรถใช้งานของสำนักงาน ถูกเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย ขณะที่ป้อมรักษาความปลอดภัย หรือป้อม รปภ. ถูกแรงระเบิดจนพังเสียหายอย่างหนัก เศษกระเบื้องและเศษวัสดุกระจัดกระจายทั่วบริเวณ

ชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุมีประชาชนจำนวนมากออกมาดูเหตุการณ์ ก่อนจะได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น 2 ครั้ง โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นยางรถบรรทุกหกล้อที่เกิดการระเบิด จากนั้นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เร่งเข้าฉีดน้ำควบคุมเพลิง และระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังระดมฉีดน้ำดับไฟ และมีประชาชนจำนวนมากอยู่บริเวณด้านหน้าเทศบาล ปรากฏว่าเกิดระเบิดขึ้นอีก 1 ครั้งบริเวณป้อม รปภ. เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ทำให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุต่างพากันหมอบลงกับพื้น ก่อนรีบวิ่งออกห่างจากพื้นที่ทันที โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีเพียงอาการหูอื้อจากแรงระเบิด

ด้านการสืบสวนสอบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ทั้งพยานแวดล้อม ชิ้นส่วนวัตถุระเบิด รวมถึงตรวจหาลายนิ้วมือแฝง และตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อนำไปใช้ในการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

ด้านนายยูสรัน ยูโสะ รองนายกเทศมนตรีตำบลพ่อมิ่ง เปิดเผยว่า ทางเทศบาลมีความกังวลเรื่องเอกสารราชการที่อยู่ภายในสำนักงาน เนื่องจากเป็นเอกสารสำคัญ หากได้รับความเสียหายหรือสูญหาย อาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานและการให้บริการประชาชน ทำให้การทำงานของเทศบาลเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ส่วนสถานการณ์ล่าสุด ภายในอาคารสำนักงาน รวมถึงบริเวณรถบรรทุก 2 คัน และสำนักงาน สามารถควบคุมเพลิงได้ทั้งหมดแล้ว โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาได้รับความช่วยเหลือจากรถดับเพลิงของ อบต.บางเก่า และ อบต.น้ำบ่อ ที่ระดมกำลังเข้าฉีดน้ำดับเพลิง หากเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมสถานการณ์ล่าช้ากว่านี้ อาจทำให้เพลิงลุกลามเป็นวงกว้างและสร้างความเสียหายมากกว่าที่เกิดขึ้น

ขณะที่หน่วยงานด้านความมั่นคงเชื่อว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุครั้งนี้มีทั้งกลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มเดิมที่มีหัวหน้าปฏิบัติการ ซึ่งมีเครือข่ายกระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดปัตตานี โดยประเมินว่าในช่วง 2 วันที่ผ่านมา อาจมีกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดปัตตานีรวมประมาณ 100 คน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่พอทราบตัวผู้เกี่ยวข้องบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวมาดำเนินคดี.