เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก สูง 3-6 เมตร แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นสีน้ำตาลปนเทา ขรุขระ แตกเป็นสะเก็ด ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ออกเรียงสลับ ใบย่อยรูปรีขอบขนาน กว้าง 1-1.5 ซม. ยาว 3-4 ซม. ปลายใบและโคนใบมน ขอบใบเรียบ แผ่นใบเรียบ สีเขียว ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ 2-4 ดอก ดอกสีขาวหรือแดง มีกลิ่นหอม ก้านเกสรเพศผู้สีขาว 60 อัน ผล เป็นฝัก ยาว 8-15 ซม. ฝักแก่แตกเป็น 2 ซีก เมล็ดกลมแป้น สีน้ำตาล มีหลายเมล็ด

สำหรับแคบ้านเชื่อกันว่ามีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชียตะวัน-ออกเฉียงใต้ เช่นใน ประ-เทศอินโดนีเชีย มาเลเซีย และประเทศไทย โดยในประเทศไทยนั้นถือว่าแคบ้านเป็น พืชพื้นบ้านที่พบได้ทั่วไปทั้งในทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะพบ “แคบ้าน” ขึ้นตามป่าละเมาะ หรือ ริมถนน รวมถึงมีการปลูกตามคันนา และบริเวณบ้านเรือนในชนบท ทั้งนี้แคบ้านเจริญเติบโตได้ดีทั้งในที่แห้งแล้ง และชุ่มชื้นจึงสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ ปัจจุบันมีการปลูกในทวีปแอฟริกา ประเทศสหรัฐอเมริกา (มลรัฐฟลอริดาและฮาวาย) ประเทศเม็กซิโก และประเทศแถบอเมริกาใต้ ส่วนในประเทศไทย ก็มีแหล่งที่มีการปลูกต้นแคเพื่อการค้าเช่นกัน ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ สุพรรณบุรี และกรุงเทพฯ เป็นต้น

สำหรับแคบ้าน คนไทยนิยมกิน ยอดอ่อน ใบอ่อน ดอก และฝักอ่อน ยอดอ่อน กับน้ำพริก หรือน้ำดอกไปแกงส้ม โดยทุกภาคกินแคเป็นผักและมักปลูกแคไว้ตามรั้วบ้าน หรือ สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ดอกอ่อนนำไปปรุงอาหารได้หลายชนิด มักจะเอาเกสรตัวผู้ออกจากดอกแคก่อนใช้ประกอบอาหารเพื่อลดความขม ชาวอีสานนิยมนำดอก และยอดอ่อนมานึ่ง หรือ ย่าง และนำดอกแคมาปรุงอาหารประเภทอ่อมได้อีกด้วย  นอกจากนี้ยังมีการนำส่วนต่างๆ มาใช้ประโยชน์อื่นๆ อีกเช่น ใบนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ ลำต้นนำมาใช้ในการเพาะเลี้ยงเห็ดหูหนู หรือ ใช้ทำฟีนได้ แคมีจุลินทรีย์ทีปมราก และเมื่อจับก๊าซไนโตรเจนในอากาศผลิตเป็นปุ๋ย แคจึงเป็นพืชช่วยปรับปรุงดินอีกด้วย

สรรพคุณแคบ้าน ช่วยคุมธาตุในร่างกาย ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยป้องกัน และรักษาอาการหวัด แก้ไข้หัวลม แก้ปวด ช่วยลดไข้ ช่วยบำรุง และเสริมสร้างกระดูก และฟัน ใช้แก้อาการปวดศีรษะข้างเดียว ช่วยให้ระบาย แก้ฟกช้ำ ช่วยแก้อาการปวดฟัน รักษารำมะนาด (โรคปริทันต์อักเสบ) แก้บิด แก้ท้องเดิน ท้องร่วง ช่วยคุมธาตุ แก้มูกเลือด แก้อักเสบ ช่วยขับเสมหะ ช่วยรักษาปากเป็นแผล แก้อาการร้อนในจนปากลิ้นเปื่อย ช่วยบรรเทาอาการไอ แก้โรคตาบอดกลางคืน ช่วยขับพยาธิ บรรเทาอาการลมบ้าหมู รักษาโรคเก๊าท์ แก้ปวดศีรษะข้างเดียว แก้หลอดลมอักเสบ ช่วยแก้ตานขโมย ช่วยบำรุงตับ รักษาโรคโลหิตจาง ช่วยรักษาแผลมีหนอง แก้หลอดลมอักเสบ แก้ไซนัสอักเสบ ช่วยบำรุงตับ

การนำดอกแคมาใช้ทำเป็นอาหาร ต้องเด็ดเอาเกสรสีเหลืองของดอกแคออกก่อน จะช่วยลดความขมหรือทำให้มีรสขมได้ แต่ถ้าไม่กังวลเรื่องความขมก็ไม่ต้องเด็ดออกก็ได้ การเลือกซื้อยอดอ่อนและใบอ่อนของแค ควรเลือกเป็นใบสด ไม่ร่วง ส่วนดอกให้เลือกดอกตูมที่กำลังจะบาน ซึ่งยอดอ่อนและใบอ่อนจะหาซื้อได้ทั่วไปในตลาด แต่สำหรับฝักอ่อนค่อนข้างจะหาซื้อยาก ต้องปลูกต้นแคไว้เองจึงจะได้รับประทาน ยอดอ่อนและใบอ่อนของแคนั้น จะมีในช่วงฤดูฝน ส่วนดอกแคจะมีในช่วงต้นฤดูหนาว ดอกแคมีรสเฝื่อน ไม่นิยมรับประทานสด ๆ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การไปลวกโดยใช้เวลาอันสั้นที่สุด การรับประทานดอกแคในปริมาณมากเกินไปอาจทำให้อาเจียนได้