สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่า จากการศึกษาที่เผยแพร่ในวันศุกร์ (31 ก.ค.) สำนักงานคณะกรรมการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต “อีเซฟตี” (eSafety) ของออสเตรเลีย ยังพบว่า เด็กส่วนใหญ่ที่มีอายุระหว่าง 10-15 ปี ยังคงใช้โซเชียลมีเดียบ่อยเท่าเดิมในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบกับก่อนที่การห้ามจะมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ปีที่แล้ว ในขณะที่ความตระหนักรู้ของผู้ปกครองเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูกลดลง

รายงานระบุว่า การใช้โซเชียลมีเดียของเด็กยังคงดำเนินต่อไป แม้จำนวนบัญชีโซเชียลมีเดียจะลดลงจาก 52% เหลือ 42% โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยูทูบ, สแนปแชต, และติ๊กต็อก ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

สาเหตุดังกล่าวมาจากการที่เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีส่วนใหญ่ ซึ่งมีบัญชีโซเชียลมีเดียก่อนเริ่มบังคับใช้มาตรการนี้ สามารถรักษาบัญชีเดิมไว้ได้ หรือสร้างบัญชีใหม่ได้เมื่อครบ 3 เดือน เนื่องจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ไม่สามารถใช้มาตรการตรวจสอบอายุที่มีประสิทธิภาพ

รายงานระบุอีกว่า ก่อนการบังคับใช้มาตรการนี้ มีเด็กเกือบ 86% ที่ได้รับการสำรวจรายงานว่า ใช้แพลตฟอร์มที่มีการจำกัดอายุอย่างน้อย 1 แพลตฟอร์ม ขณะที่ในอีก 3 เดือนต่อมา ตัวเลขดังกล่าวอยู่ที่มากกว่า 81% นอกจากนั้น วัยรุ่นประมาณ 58% รายงานว่าใช้โซเชียลมีเดียทุกวันหรือบ่อยกว่านั้น ลดลงเล็กน้อยจากประมาณ 60% ก่อนการบังคับใช้มาตรการ

ประมาณครึ่งหนึ่งของเด็กที่ยังคงมีบัญชีอยู่กล่าวว่า แพลตฟอร์มต่าง ๆ ไม่ได้ตรวจสอบอายุของพวกเขา ซึ่งเป็นเหตุผลที่พบบ่อยที่สุด ที่ทำให้พวกเขายังคงใช้บริการได้ ขณะที่คนอื่น ๆ กล่าวว่า บัญชีของพวกเขาแสดงอายุ 16 ปีขึ้นไป หรือระบบตรวจสอบอายุได้ระบุอายุของพวกเขาผิดพลาด.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS