สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ว่า ลิเบีย ซึ่งถูกแบ่งอำนาจการปกครองออกเป็นฝ่ายตะวันตกและฝ่ายตะวันออก เป็นเส้นทางผ่านแดนสำคัญสำหรับผู้อพยพที่พยายามเสี่ยงอันตรายข้ามทะเลไปยังยุโรป นับตั้งแต่การลุกฮือที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในปี 2554 ซึ่งโค่นล้ม พ.อ.มูอัมมาร์ กัดดาฟี อดีตผู้นำเผด็จการผู้ล่วงลับของลิเบีย
“เราสรุปขั้นตอนเพื่อจัดตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือทางทะเล ในเมืองเบงกาซี ภายใต้ปฏิบัติการไออาร์ไอเอ็นไอ (IRINI) โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนจากอิตาลีและมอลตา” ออร์แลนโด ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์
EU agrees rescue centre in eastern Libya as migrant departures rise https://t.co/bbfsWH9oLM
— The Straits Times (@straits_times) July 30, 2026
ทั้งนี้ อียูและประเทศสมาชิกสนับสนุนและฝึกอบรมหน่วยยามชายฝั่งของลิเบียมาอย่างยาวนาน ซึ่งทำหน้าที่สกัดกั้นผู้อพยพทางทะเล โดยแม้อียูให้การรับรองอย่างเป็นทางการเฉพาะรัฐบาลในกรุงตริโปลีเท่านั้น แต่กลุ่มก็ยกระดับการติดต่อกับทางการในลิเบียตะวันออกตั้งแต่ปีที่แล้ว เนื่องจากผู้อพยพออกจากพื้นที่ภายใต้การควบคุมของ พล.อ.คาลิฟา ฮาฟตาร์ มีจำนวนเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือในเมืองเบงกาซี ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน ซึ่งโต้แย้งว่าการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทะเลของลิเบีย อาจนำไปสู่การสกัดกั้นเรือของผู้อพยพมากขึ้น และส่งตัวพวกเขากลับไปยังลิเบีย
ด้านเจ้าหน้าที่อียูกล่าวว่า ความร่วมมือกับทางการลิเบียเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยทางทะเล ต่อสู้กับเครือข่ายลักลอบขนคนเข้าเมือง และลดการเสียชีวิตในทะเล.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



