เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 31 ก.ค. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม.ดินแดง โดยมี น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 2) โดยในที่ประชุมได้พิจารณาญัตติร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ …) พ.ศ. … ในวาระที่สองและวาระที่สาม

หลังจากที่สภา กทม. ได้มีมติเห็นชอบร่างแก้ไขข้อบังคับฯ ในวาระที่หนึ่งไปเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งร่างฯ ดังกล่าวมีสาระสำคัญคือการกำหนดให้การประชุมคณะกรรมการย่อยเป็นการประชุมแบบเปิดเผย และประธานสามารถสั่งให้ ‘ถ่ายทอดการประชุม’ ได้หากเห็นสมควร

นายฉัตรชัย หมอดี สก.เขตบางนา ในฐานะประธานคณะกรรมการวิสามัญฯ รายงานผลการพิจารณาว่า ไม่มีผู้เสนอหรือสงวนความเห็น และไม่มี สก. ยื่นคำแปรญัตติ คณะกรรมการวิสามัญฯ จึงขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ต่อมา นายนภาพล จีระกุล สก.เขตบางกอกน้อย สอบถามว่า ข้อกำหนดที่เปิดโอกาสให้มีการเปิดเผยการประชุมคณะกรรมการและอาจถ่ายทอดสดได้นั้น คำว่า “ประธาน” หมายถึงประธานคณะกรรมการหรือประธานสภากรุงเทพมหานคร ซึ่งนายฉัตรชัยชี้แจงว่า หมายถึงประธานคณะกรรมการหรือประธานคณะกรรมการวิสามัญ

ด้านนายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล สก.เขตคลองสาน กล่าวว่า การถ่ายทอดสดยังมีประเด็นเรื่องผู้รับผิดชอบ หากใช้งบประมาณของ กทม. ดำเนินการ และเกิดกรณีถูกฟ้องร้องฐานหมิ่นประมาท ผู้ควบคุมการถ่ายทอดจะต้องรับผิดหรือไม่ พร้อมเปรียบเทียบกับคดีการพนันที่เจ้าของสถานที่อาจต้องร่วมรับผิด จึงเห็นว่าไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะอาจก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร ด้วยคะแนนเห็นชอบ 40 เสียง งดออกเสียง 4 เสียง จากผู้ลงคะแนน 44 คน ซึ่งเท่ากับจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม

นายฉัตรชัย กล่าวภายหลังการประชุมว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหนึ่งในนโยบายที่พรรคประชาชนเคยให้คำมั่นไว้กับประชาชนตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้ง และวันนี้สามารถผลักดันให้สำเร็จได้แล้ว โดยสาระสำคัญของการแก้ไขข้อบังคับคือ การเปิดทางให้สามารถถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมการได้ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการทำงานของสภา กทม.

ตนขอขอบคุณสมาชิกสภา กทม. ทั้ง 40 คน ที่ร่วมลงมติเห็นชอบให้ร่างดังกล่าวผ่านความเห็นชอบ โดย สก.พรรคประชาชน ขอยืนยันว่าหลังจากนี้จะเดินหน้าผลักดันวาระสำคัญอื่นๆ ที่ได้ประกาศไว้กับประชาชน โดยเฉพาะการทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณของกรุงเทพมหานคร ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด

นายฉัตรชัยยัง กล่าวต่อไปว่า สำหรับการประชุมสภาในวันที่ 3-4 ส.ค. 69 นี้ จะเป็นการพิจารณาร่างงบประมาณปี 2570 สก.พรรคประชาชนทั้ง 22 คน จะทำหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณอย่างเข้มข้น ขณะที่ สก.หน้าใหม่ทั้ง 16 คน จะนำเสนอประเด็นและความต้องการของประชาชนในแต่ละเขตที่ได้หาเสียงไว้ เพื่อผลักดันให้เกิดการใช้งบประมาณที่ตอบโจทย์พื้นที่

ขณะเดียวกันขอเชิญชวนประชาชนที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรม Hack งบประมาณ จัดขึ้นในวันที่ 8 ส.ค. โดยประธานสภา กทม. เพื่อร่วมกันตรวจสอบและวิเคราะห์งบประมาณ กทม. ซึ่งจะเป็นการช่วยยกระดับความโปร่งใสของการจัดสรรงบประมาณและการทำงานของสภา กทม. ต่อไป

นายฉัตรชัย ระบุเพิ่มว่า หลังจากแก้ไขข้อบังคับสำเร็จแล้ว พรรคจะผลักดันอีกประเด็นสำคัญ คือ การถ่ายทอดสดการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ พร้อมเตรียมเสนอผู้ทรงคุณวุฒิจากภายนอกจำนวน 5 คน เข้าร่วมเป็นกรรมาธิการ ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ที่จะช่วยยกระดับการพิจารณางบประมาณของ กทม. ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.