เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 31 ก.ค. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกทม. ดินแดง นายนริสสร แสงแก้ว รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง เป็นประธานการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยสาม (ครั้งที่ 2) โดยในที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาญัตติของนายวิพุธ ศรีวะอุไร สก.เขตบางรัก เรื่องร่างข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานครเพื่อแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่…) พ.ศ. ….
นายวิพุธ กล่าวว่า เพื่อส่งเสริมข้อมูลข่าวสารและการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของสก. และการปฏิบัติหน้าที่ของสภากทม. จึงกำหนดให้มีการถ่ายทอดสดประชุมสภากทม. พร้อมจัดให้มีล่ามภาษามือ การเปิดเผยรายงานการประชุม ผลการประชุม การพิจารณาของคณะกรรมการ ตลอดจนการเปิดเผยร่างข้อบังคับ และการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน จึงจำเป็นต้องตราข้อบังคับการประชุมนี้

นายวิพุธ กล่าวว่า ที่ผ่านมาสภากทม. ได้ยึดมั่นปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส และมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนมาโดยตลอด แต่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ความคาดหวังของประชาชนก็เปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน วันนี้ไม่ได้คาดหวังให้เพียงสภาทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังหวังให้สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ติดตามการทำงาน และมีส่วนร่วมต่อการตัดสินใจของสภาด้วย ตนเชื่อว่าตรงนี้เป็นช่องว่างที่สภาสามารถพัฒนาไปได้อีกหนึ่งก้าว การเสนอของตนไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงหลักการการทำงานของสภา แต่เป็นการต่อยอดสิ่งที่ทำอยู่แล้วให้ประชาชนเข้าถึง มีส่วนร่วมและติดตามการทำงานได้มากขึ้น จึงเสนอให้แก้ไขข้อบังคับการประชุมสภากทม. 4 ประเด็นสำคัญ คือ
1.การเปิดเผยรายงานการประชุมสภากทม. เมื่อรายงานได้รับการรับรองแล้ว ประชาชนควรสามารถเข้าถึงได้สะดวกเพื่อรับรู้ว่าสภาได้อภิปรายหรือเสนอแนะและมีมติในเรื่องใดบ้างเพราะในรายงานการประชุมถือเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์สำคัญต่อการติดตามและตรวจสอบการทำงานของผู้แทนที่ประชาชนเลือกเข้ามา 2.การเปิดเผยรายงานและผลการดำเนินงานของคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการใช้เวลาศึกษารับฟังข้อมูลจากหน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก การเปิดเผยผลการดำเนินงานเหล่านี้จะทำให้ข้อเสนอแนะที่ผ่านการศึกษาอย่างรอบด้านไม่หยุดอยู่เพียงแค่ในห้องประชุม แต่สามารถนำไปใช้ประโยชน์และต่อยอดเพื่อสาธารณะได้
3.การจัดให้มีล่ามภาษามือระหว่างการถ่ายทอดสดการประชุมสภา เชื่อว่าการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเป็นสิทธิของประชาชนทุกคนรวมถึงบุคคลที่บกพร่องทางการได้ยิน ที่ควรสามารถติดตามการประชุมสภาได้อย่างเท่าเทียม การจัดให้มีล่ามภาษามือจึงเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงข้อมูลและสะท้อนให้เห็นว่าสภากทม.ให้ความสำคัญกับประชาชนทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม และ 4.การเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนพิจารณาร่างข้อบัญญัติ ซึ่งข้อบัญญัติทุกฉบับย่อมมีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ดังนั้นการเปิดให้ประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ร่วมแสดงความคิดเห็นตั้งแต่ต้น จะช่วยให้ข้อบัญญัติมีความรอบคอบสอดคล้องกับข้อเท็จจริง และตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาของเมืองได้ดียิ่งขึ้น
“การเพิ่มประเด็นเหล่านี้ ไม่ใช่เป็นการเพิ่มอำนาจให้กับสภากทม. แต่เป็นการเพิ่มโอกาสในการรับรู้การเข้าถึง และการมีส่วนร่วม รวมถึงติดตามการทำงานของทุกคนด้วย เชื่อว่าจะยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับการทำงานของสภากทม. และทำให้สภานี้ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น จึงขอให้สมาชิกทุกท่านร่วมกันยกระดับมาตรฐานการทำงานของเรา และให้ความเห็นชอบกับร่างข้อบังคับฉบับนี้” นายวิพุธกล่าว

นายปิยวัช รังผึ้ง สก.เขตราษฎร์บูรณะ อภิปรายสนับสนุนญัตติ ระบุว่า การถ่ายทอดสดการประชุมจะทำให้ประชาชนรับรู้การทำหน้าที่ของสมาชิก การอภิปราย และการตัดสินใจในเรื่องที่กระทบต่อชีวิตของประชาชนได้อย่างโปร่งใส พร้อมเสนอให้จัดเก็บข้อมูลการประชุมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ค้นหาและติดตามย้อนหลังได้ง่าย รวมถึงเชื่อมโยงกับระบบ Open Data โดยชี้ว่าทั้ง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ และโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีของกทม. รองรับการดำเนินการอยู่แล้ว

ด้านนายณัฐนนท์ นาคหล่อ สก.เขตทวีวัฒนา สนับสนุนร่างข้อบังคับเช่นกันโดยระบุว่า การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการแห่งสหประชาชาติและกฎหมายไทย พร้อมเสนอให้การถ่ายทอดสดทุกการประชุมมีล่ามภาษามือและคำบรรยายสด รวมทั้งจัดทำเอกสารสำคัญเป็นอักษรเบลล์และไฟล์ดิจิทัลที่รองรับโปรแกรมอ่านหน้าจอ เพื่อให้ผู้พิการทางการได้ยินและการมองเห็นสามารถเข้าถึงข้อมูลของสภากทม. ได้อย่างเท่าเทียมกับประชาชนทุกคน.

ขณะที่นายวิรัช คงคาเขตร สก.เขตบางกอกใหญ่ กล่าวสนับสนุนว่า เพื่อให้การทำงานของสภาฯมีความโปร่งใส จะได้ลดบทบาทของป.ป.ช.ลงบ้าง แต่เป็นห่วงว่าการจะก้าวไปนั้นต้องดูองคาพยพเราด้วย คือ งบประมาณและบุคลากร โดยเฉพาะสำนักงานเลขานุการสภากทม. มีความพร้อมหรือไม่ หลายเรื่องที่เราทำเกิดประโยชน์มากมายและเปิดเผยมาตลอด หากมีความพร้อมเดินหน้าต่อไปได้เลย
จากนั้นที่ประชุมได้มีมติ เห็นชอบรับหลักการ ด้วยเสียงเอกฉันท์ 42 เสียง พร้อมทั้งเห็นชอบให้มีการพิจารณาสามวาระรวด 42 เสียง โดยในการพิจารณาวาระสองไม่มีสมาชิกขอแปรญัตติ ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบวาระสาม ด้วยคะแนนเสียง 40 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นข้อบังคับการประชุมสภากรุงเทพมหานคร และให้สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร ส่งประกาศเป็นราชกิจจานุเบกษาต่อไป.


