เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 ส.ค. 69 เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี (นปพ.ชลบุรี) ได้คุมตัว ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ประกอบด้วย นายธงชัย หรือธง ศรีนิล นายฑนา หรือป๋อง เกิดทอง นายอัษฎางค์ หรือบอล ชูวงษ์ และนายชัชนันท์ หรือฟลุ๊ค แป้นเอี่ยม เดินเรียงแถวขึ้นรถคุมขัง เพื่อส่งศาลฝากขัง ตามลำดับ โดยมีบรรดาญาติของครอบครัว 3 พ่อแม่ลูก ตะโกนก่นด่าอย่างโกรธแค้น

โดย นายป๋อง สีหน้าเคร่งเครียด และก้มหน้า ไม่ยอมตอบคำถามใดๆ แต่ นายธง กลับร้องไห้โฮ กล่าวขอโทษ และบอกว่า ถูกนายป๋อง บังคับให้ทำ ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะขับรถออกไปฝากขังผู้ต้องหาทั้งหมด ที่ ศาลจังหวัดพัทยา

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าว ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ร่วมชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยแต่งเครื่องแบบตำรวจ โดยมีอาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การชิงทรัพย์ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันมีและครอบครองอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาติ, ร่วมกันพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันมีลูกระเบิดไว้ในครอบครอง, ร่วมกันแสดงตน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน, ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยว ร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น และทำลายศพ และร่วมกันกระทำการใดๆ แก่ศพ เพื่อการอำพรางคดี

ด้านนายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา เปิดเผยว่า คดีนี้อัตราโทษถึงประหารชีวิต ซึ่งในการสอบสวน ทางพนักงานสอบสวนจะต้องมีทนายความเข้ารับฟังด้วย ซึ่งแนวทางของสภาทนายความ โดยเฉพาะเคสนี้เป็นเคสสะเทือนขวัญและมีประชาชนสนใจจำนวนมาก ทางสภาทนายความจึงเข้ามาร่วมรับฟังการสอบสวนในคดีนี้ด้วย

โดยเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” โดยมีโทษประหารชีวิต ซึ่งทุกคนยอมรับสารภาพ ส่วนรายละเอียดของคดีขอให้เป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวน

ซึ่งอัตราโทษนั้นประหารชีวิต แต่จะถึงขั้นประหารชีวิตหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับสิทธิของตัวผู้ต้องหา ที่จะใช้สิทธิสู้คดีนั้นก็ขึ้นอยู่กับผู้ต้องหา ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหานั้นอาจมีอาการทางจิตจะส่งผลต่อการลงโทษหรือไม่นั้น ก็ต้องอยู่กับผลของการตรวจจากแพทย์ ถ้ามีก็มีผลต่อการลงโทษ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผลตรวจจากแพทย์ตามคำกล่าวอ้างของตัวผู้ต้องหา.