สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ว่า นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน ประณามท่าที “เห็นแก่ตัว” ของชาติสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) บางประเทศ โดยซานเชซส่งหนังสืออย่างเป็นทางการถึงประเทศเหล่านั้น โดยไม่มีการเปิดเผยว่าชาติใดบ้าง ตำหนิปฏิกิริยาที่ “เห็นแก่ตัว สร้างความแตกแยก และผิดกฎหมาย”


ข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยสเปนระบุว่าผู้อพยพผิดกฎหมายประมาณ 50,000-60,000 คนพยายามข้ามพรมแดนทางบกและทางทะเล มายังเมืองเซวตา ที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา จนเจ้าหน้าที่รักษาชายแดนไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และมีผู้เสียชีวิตระหว่างทางอย่างน้อย 67 ราย ส่วนใหญ่เป็นการจมน้ำระหว่างพยายามข้ามพรมแดน


ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ผู้นำอิตาลี ประกาศระงับความร่วมมือเชงเกนของกับสเปนเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งซานเชซวิจารณ์อย่างหนักว่า การดำเนินการดังกล่าวเกิดจากอคติ ข่าวปลอม ความไม่รู้ หรือผลประโยชน์ทางการเมือง และเตือนอียูไม่ควรปล่อยให้ปัจจัยเหล่านี้บ่อนทำลายความเป็นเอกภาพ


ด้านไอร์แลนด์ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนอียูในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ประกาศจัดประชุมฉุกเฉินระดับรัฐมนตรี เพื่อหารือสถานการณ์ผู้อพยพที่เกิดขึ้นในเมืองเซวตา


ขณะที่กระทรวงมหาดไทยสเปนยืนยันว่า ผู้อพยพจำนวนมากทยอยเดินทางกลับโมร็อกโกด้วยตนเองผ่านจุดผ่านแดนแล้ว และฝ่ายความมั่นคงเริ่มติดตั้งแนวกั้นลอยน้ำบริเวณเขื่อนกันคลื่นทาราฮัล ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ผู้อพยพใช้เดินทางเข้ามา เพื่อให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลฎีกาสเปน เมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา


ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเด็นผู้อพยพยังเป็นหนึ่งในปัญหาซึ่งสร้างความแตกแยกมากที่สุดในยุโรป โดยพรรคการเมืองขวาจัดที่ต่อต้านการรับผู้อพยพได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และหลายประเทศทยอยใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้นโยบายเปิดรับผู้อพยพของสเปนเผชิญกับแรงกดดันเพิ่มขึ้น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS