รางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สาขาอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก ของศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช โดย EGCO Group สะท้อนถึงความสำเร็จของการอนุรักษ์และปรับใช้โรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ หน่วยที่ 1 ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านพลังงานและมรดกอุตสาหกรรม

เวทีเสวนาพิเศษ “โรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ…จากหน่วยผลิตพลังงานสู่การเป็นมรดกอุตสาหกรรมแลนด์มาร์กสำคัญของชุมชน” บอกเล่าเรื่องราว ซึ่งรวบรวมมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญด้านการอนุรักษ์ การท่องเที่ยว การพัฒนาเมือง และตัวแทนชุมชน สะท้อนให้เห็นว่าศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอมกำลังก้าวสู่บทบาทใหม่ในฐานะพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ อัตลักษณ์ท้องถิ่น และการพัฒนาอย่างยั่งยืนเข้าด้วยกัน

“จุดเริ่มต้นของศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ย้อนกลับไปเมื่อกว่า 40 ปีก่อน เมื่อโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำเดินทางมาปฏิบัติภารกิจสร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับภาคใต้ แม้จะยุติการผลิตไฟฟ้าในปี 2554 แต่ EGCO Group ได้อนุรักษ์และปรับปรุงให้เป็นศูนย์เรียนรู้ เพื่อสืบทอดคุณค่าของมรดกอุตสาหกรรมและเรื่องราวของชุมชนขนอมสู่คนรุ่นต่อไป”
ธวัช หิรัณจารุกร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานปฏิบัติการ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group ย้อนถึงที่มาของโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ พร้อมกล่าวว่า รางวัลพระราชทานครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากศักยภาพขององค์กรเพียงลำพัง แต่เกิดจากความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จึงนับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจร่วมกันของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เครือข่ายด้านพิพิธภัณฑ์และการท่องเที่ยว รวมถึงชุมชนขนอม

ราเชนทร์ บุญยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ผลิตไฟฟ้าขนอม จำกัด กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านจากโรงไฟฟ้าสู่ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ต่อยอดบทบาทของโรงไฟฟ้าขนอม จากการเป็นผู้ผลิตไฟฟ้า สู่การเป็นผู้ส่งต่อความรู้และแรงบันดาลใจให้กับสังคม พื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า พลังงาน และการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างอุตสาหกรรม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม”
สุเมธ รุจิวณิชย์กุล วุฒิสถาปนิก กล่าวชื่นชมว่าโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำแห่งนี้ถือเป็นมรดกอุตสาหกรรมที่หาได้ยาก และน่าชื่นชมที่ EGCO Group มองเห็นคุณค่า เลือกอนุรักษ์และต่อยอดให้กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ แทนที่จะปล่อยให้สิ้นสุดบทบาทไปพร้อมกับการผลิตไฟฟ้า
สอดคล้องกับมุมมองของ ปองขวัญ ลาซูส กรรมการกลางและประธานกรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามฯ ที่มองว่า การอนุรักษ์ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการรักษาอาคารเก่า แต่คือการรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สังคม และการใช้ประโยชน์ที่เหมาะสมกับบริบทปัจจุบัน โดยศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอมถือเป็นตัวอย่างของการปรับใช้ประโยชน์อาคาร (ที่เคารพคุณค่าดั้งเดิมและเปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้กับสังคม”

ในประเด็นเดียวกัน วสุ โปษยะนันทน์ สถาปนิกเชี่ยวชาญ กรมศิลปากร และ กรรมาธิการอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม สมาคมสถาปนิกสยามฯ กล่าวว่า การอนุรักษ์ไม่ใช่เพียงการรักษาความเก่าแก่ของอาคาร แต่คือการรักษาคุณค่าของสถานที่นั้นไว้”พร้อมชี้ว่า “โรงไฟฟ้าขนอมเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อสามารถสื่อสารคุณค่าและเรื่องราวของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม ก็จะทำให้สังคมเห็นความสำคัญของมรดกอุตสาหกรรม
ด้าน ดร.รังสิมา กุลพัฒน์ ประธานคณะทำงานอนุรักษ์มรดกอุตสาหกรรม ประเทศไทย (TICCIH THAILAND) กล่าวว่า ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอมเป็นตัวอย่างที่ใช้กล่าวถึงอยู่เสมอในแวดวงของการอนุรักษ์มรดกอุตสาหกรรม เพราะสามารถนำพื้นที่เดิมมาต่อยอดเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สร้างคุณค่าต่อสังคม มากกว่ามุ่งเน้นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ พร้อมให้ความหวังว่าจะผลักดันให้ก้าวสู่การเป็นแหล่งมรดกอุตสาหกรรมระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทย
ขณะที่ นายศุภวงศ์ เกื้อสังข์ ผู้จัดการสำนักส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการภาคใต้ (TCEB) เห็นว่า “พื้นที่แห่งนี้มีศักยภาพรองรับกิจกรรมศึกษาดูงานและ MICE (Meetings, Incentives, Conferences, and Exhibitions) ซึ่งจะช่วยสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและโอกาสใหม่ให้กับจังหวัด”

ในระดับพื้นที่ นายอลงกต วัชรสินธุิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช มองว่า “ศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ แต่เป็นพื้นที่ที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างโรงไฟฟ้ากับชุมชน และจะกลายเป็น “หัวใจ” ของอำเภอขนอมที่สร้างทั้งความภาคภูมิใจและรายได้ให้กับคนในพื้นที่ และ เชื่อว่าศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอมจะเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักขนอมมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาการท่องเที่ยวโดยอาศัยคุณค่าที่แท้จริงของพื้นที่”
จาก “โรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำ” ที่เคยทำหน้าที่ผลิตพลังงานเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้ วันนี้พื้นที่แห่งเดิมกำลังสร้างพลังอีกรูปแบบหนึ่ง นั่นคือพลังของการเรียนรู้ การอนุรักษ์ และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ที่ช่วยให้มรดกอุตสาหกรรมยังคงมีชีวิต และสร้างคุณค่าใหม่ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง และกำลังเป็นต้นแบบของการอนุรักษ์มรดกอุตสาหกรรมของประเทศไทย และพื้นที่ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของชุมชนไว้ด้วยกันอย่างยั่งยืน



