โลกกำลังเดินหน้าสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดแรงงาน หลายอาชีพที่เคยแข่งขันกันด้วยประสบการณ์หรือความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง วันนี้เริ่มมีอีกหนึ่งปัจจัยเข้ามาเป็นตัวชี้วัดหลัก นั่นคือ ‘กรีนสกิลส์’ (Green Skills) หรือ ‘ทักษะสีเขียว’ ซึ่งกลายเป็นคุณสมบัติที่องค์กรทั่วโลกต้องการมากขึ้น
อันที่จริง นอกจากกระแสรักษ์โลกแล้ว การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ยังเป็นผลมาจากกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น การเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจ และการลงทุนในอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ ส่งผลให้ความรู้ด้านความยั่งยืนเริ่มเข้าไปมีบทบาทในงานแทบทุกสายอาชีพ ตั้งแต่การเงิน เทคโนโลยี การผลิต ไปจนถึงการบริหารห่วงโซ่อุปทาน
ในอีกด้านหนึ่ง คนรุ่นใหม่ก็กำลังเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงาน จากเมื่อก่อนที่เคยให้ความสำคัญกับรายได้และความมั่นคงเป็นหลัก ก็เปลี่ยนมาเป็นการมองหาองค์กรที่มีเป้าหมายชัดเจนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม จนทำให้คำว่า ‘กรีนสกิลส์’ กลายเป็นทักษะที่มีผลต่อโอกาสในการทำงานและการเติบโตในอาชีพของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก
ข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวจะสร้างตำแหน่งงานใหม่สำหรับเยาวชนราว 8.4 ล้านตำแหน่งภายในปี 2573 ขณะที่องค์การสหประชาชาติ โดยกรมกิจการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ (UN DESA) ประเมินว่า หากการศึกษาและการพัฒนาทักษะยังปรับตัวไม่ทัน เยาวชนกว่า 60% หรือราว 830 ล้านคน อาจขาดทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในระบบเศรษฐกิจสีเขียว
ตลาดเริ่มขาดคน
ภาพที่เห็นชัดที่สุดในเวลานี้คือ ความต้องการแรงงานกำลังเดินเร็วกว่าการพัฒนาทักษะของคนทำงาน โดยรายงานของลิงค์อิน (LinkedIn) ระบุว่า ระหว่างปี 2564-2568 การจ้างงานที่เกี่ยวข้องกับทักษะสีเขียวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.8-8% ต่อปี ขณะที่แรงงานซึ่งพัฒนาทักษะด้านนี้เพิ่มขึ้นเพียง 3.4-4.3% ต่อปี ส่งผลให้ช่องว่างระหว่างความต้องการของนายจ้างกับจำนวนแรงงานที่มีทักษะตรงความต้องการขยายตัวต่อเนื่อง
ซึ่งในรายงานคาดว่า ภายในปี 2573 ความต้องการตำแหน่งงานในลักษณะดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นถึง 260% ขณะที่จำนวนแรงงานที่มีทักษะรองรับจะเพิ่มขึ้นเพียง 60% เท่านั้น ความแตกต่างนี้ทำให้ผู้ที่มีทักษะสีเขียวมีโอกาสได้รับการจ้างงานสูงกว่าแรงงานทั่วไปเฉลี่ย 46.6% ในระดับโลก
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความต้องการแรงงานที่มีทักษะสีเขียวขยายวงกว้างไปสู่อุตสาหกรรมต่างๆ มากขึ้น จากเดิมที่พบในสายงานด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานเป็นหลัก วันนี้หลายองค์กรเริ่มนำความรู้ด้านความยั่งยืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานในทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี การเงิน การก่อสร้าง ค้าปลีก หรือการบริหารห่วงโซ่อุปทาน โดยกว่า 53% ของการจ้างงานที่ใช้ทักษะสีเขียวเป็นตำแหน่งงานทั่วไป ไม่ใช่อาชีพด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง
ทักษะที่องค์กรมองหา
รายงานของลิงค์อิน สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) และยูเอ็น เดซา ระบุว่า ทักษะที่ตลาดแรงงานต้องการมีทั้งด้านเทคนิคและทักษะการทำงานควบคู่กัน เช่น ด้านเทคนิคต้องครอบคลุมการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการพลังงาน การออกแบบกระบวนการผลิตตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน และการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ส่วนทักษะการทำงาน ได้แก่ ความเข้าใจกฎหมายและมาตรฐานด้านความยั่งยืน การคิดเชิงระบบ รวมถึงการตัดสินใจที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และธุรกิจไปพร้อมกัน
ทักษะเหล่านี้จึงเริ่มกลายเป็นความรู้พื้นฐานของคนทำงานในหลายวิชาชีพ ไม่ว่าจะอยู่ในฝ่ายการเงิน การตลาด ทรัพยากรบุคคล วิศวกรรม หรือเทคโนโลยี ต่างก็ต้องทำความเข้าใจเรื่องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวปรากฏชัดในภาคธุรกิจหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ต้องบริหารการใช้พลังงานของดาต้าเซ็นเตอร์และเอไอ ภาคการเงินที่ต้องประเมินความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและจัดทำรายงานด้าน ESG รวมถึงภาคพลังงาน ก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องปรับตัวตามมาตรฐานด้านพลังงานและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เข้มงวดขึ้น
เลือกงานที่มีคุณค่า
ผลสำรวจของดีลอยท์ (Deloitte) ซึ่งรวบรวมความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่กว่า 2.3 หมื่นคน จาก 44 ประเทศ พบว่า 86% ของกลุ่มเจนซี และ 89% ของกลุ่มมิลเลนเนียล มองว่าการทำงานที่มีเป้าหมายชัดเจนและสร้างประโยชน์ต่อสังคม เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสุขในการทำงาน หลายคนจึงศึกษานโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและผลการดำเนินงานด้านอีเอสจีขององค์กรก่อนตัดสินใจสมัครงาน
นอกจากนี้ยังพบว่า คนรุ่นใหม่ราว 40% เคยปฏิเสธข้อเสนองานจากองค์กรที่มีค่านิยมไม่สอดคล้องกับตนเอง ขณะที่มากกว่า 40-50% ไม่รับงานหรือโครงการที่มองว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยก็เริ่มมีบทบาทผลักดันให้องค์กรขยับเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หลายคนเริ่มผลักดันให้ผู้บริหารให้ความสำคัญกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เพราะมองว่าแนวทางดังกล่าวเกี่ยวข้องกับอนาคตของธุรกิจและคุณภาพชีวิตของพนักงานโดยตรง
ข้อมูลทั้งหมดนี้ชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำนั้นเปลี่ยนทั้งรูปแบบการดำเนินธุรกิจและความต้องการของตลาดแรงงาน องค์กรจึงหันมาให้ความสำคัญกับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืน การพัฒนาทักษะ และวัฒนธรรมการทำงานควบคู่ไปกับค่าตอบแทนและสวัสดิการ ขณะที่ผู้ที่มีทักษะสีเขียวก็มีโอกาสได้รับการจ้างงานมากขึ้น ทำให้การลงทุนพัฒนาบุคลากรและสร้างองค์กรที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน กลายเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดและรักษาคนรุ่นใหม่ในระยะยาว



