ตามที่ปรากฏข่าวกรณีตัวแทนมหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการผ่านพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อขอให้ตรวจสอบกระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงานใน “โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce” และ “โครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ของไทยเพื่อ SME ไทย” นั้น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ขอชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง

1.กระบวนการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินงาน

ต้องเรียนข้อมูลเพื่อความเข้าใจอย่างถูกต้องก่อนว่า การใช้เงินเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SME จากกองทุนส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้นสามารถทำได้เฉพาะเพียงแค่ 4 ลักษณะเท่านั้น ตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543 คือ 1. การใช้เป็นเงินกู้ให้กับ  SME 2. การใช้เพื่อช่วยเหลือส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์การเอกชนที่ขึ้นทะเบียนไว้ ไปปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการส่งเสริม SME ของประเทศ 3. การใช้เพื่อการช่วยเหลืออุดหนุนในการร่วมทุนให้กับ SME และ 4. การใช้เพื่อการดำเนินการของ สสว.

โครงการทั้ง 2 โครงการนี้ เป็นการดำเนินการในลักษณะที่ 2 ซึ่งเป็นการให้ความช่วยเหลือส่วนราชการหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์การเอกชน และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ส่วนราชการโดยทั่วไปย่อมไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการดำเนินการให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งเน้นให้ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ตลอดจนรัฐวิสาหกิจ เข้าถึงการขอรับความช่วยเหลือได้จึงได้ สสว. จึงดำเนินการในลักษณะของการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินการซึ่งประกาศเชิญชวนเป็นการทั่วไป ซึ่งการดำเนินการคัดเลือกหน่วยร่วมนั้น สสว. ไม่ได้พิจารณาโดยคำนึงถึงความรวดเร็วเพียงอย่างเดียว แต่พิจารณาทั้งกรอบกฎหมาย ลักษณะของโครงการ และวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานร่วมกัน สิ่งสำคัญคือทุกขั้นตอนยังคงอยู่ภายใต้หลักความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ และเป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับกับ สสว.

สสว. ขอเรียนว่า การใช้วิธีการคัดเลือกหน่วยร่วมดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลือส่วนราชการหน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจและองค์การเอกชนนั้น มิได้เพิ่งมีเป็นครั้งแรก และวิธีการดำเนินการในลักษณะนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จที่ สสว. ให้ความช่วยเหลือส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ ตลอดจนองค์การเอกชน ไปดำเนินการเพื่อเกิดผลลัพธ์กับ SME อย่างประจักษ์ชัด

  • หลักเกณฑ์การให้คะแนนและการตัดสิน

หลักเกณฑ์และการตัดสินหน่วยงานที่จะได้รับการคัดเลือกเป็นหน่วยร่วมดำเนินการเพื่อรับเงินช่วยเหลือให้ไปดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ สสว. นั้น เป็นไปตามระเบียบสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งมีการกำหนดขั้นตอนและหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจน ในการประการเชิญชวนหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อเข้าเป็นหน่วยร่วมดำเนินการของทั้ง โครงการส่งเสริม SME เข้าสู่ตลาด e-Commerce และ Live-Commerce (โครงการ Live-Commerce) และ โครงการพัฒนาและสร้างระบบนิเวศ e-commerce ของไทยเพื่อ SME ไทย (โครงการ e-commerce) นี้มีการประกาศเกณฑ์การให้คะแนนอย่างชัดเจน โดยในการพิจารณาแต่ละโครงการ

คณะกรรมการพิจารณาได้ใช้หลักเกณฑ์ที่ประกาศให้ทราบเป็นการทั่วไปในการพิจารณา โดยพิจารณาจากศักยภาพ ความพร้อม และการนำเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ ว่ามีความครบถ้วน สอดคล้องกับ TOR เป็นสำคัญ กรรมการแต่ละท่านประเมินด้วยความรู้และความเป็นอิสระทางวิชาชีพ โดยไม่มีการชี้นำหรือกำหนดคะแนนไว้ล่วงหน้า และใช้มติประชุมแบบฉันทามติในการตัดสินผลการคัดเลือก

  • คณะกรรมการพิจารณา

เพื่อประกันความเป็นกลางและความโปร่งใส สสว. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาที่ครอบคลุม 3 ส่วน ประกอบด้วย

  • บุคลากรภายนอก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญอิสระซึ่งมีองค์ความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการ
  • บุคลากรภายใน สสว. ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานทางตรงหรือทางอ้อม ได้แก่ ฝ่ายต้นเรื่องผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ด้านการจัดซื้อจัดจ้าง ฝ่ายติดตามและประเมินผล
  • บุคลากรภายใน สสว. ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ รองผู้อำนวยการ สสว. ซึ่งไม่ได้กำกับโครงการ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สสว. ซึ่งไม่ได้ดูแลกำกับโครงการ

ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการคัดเลือกหน่วยร่วมฯ และสอดคล้องกับงบประมาณ สสว. ได้ให้ความสำคัญกับหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใสในการดำเนินงาน โดยคณะกรรมการทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมาย ระเบียบ และหลักจริยธรรมของทางราชการ หากกรรมการรายใดมีส่วนได้เสียหรือมีเหตุที่อาจกระทบต่อความเป็นกลางในการพิจารณา จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ กระบวนการคัดเลือกยังดำเนินการโดยคณะกรรมการที่มีองค์ประกอบที่หลากหลายและไม่อาจมีใครชี้นำความเห็นของกันและกันได้ ตลอดจนได้มีการจัดทำรายงานการประชุมที่ผ่านการตรวจสอบความเห็นของจากกรรมการคัดเลือก และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าการพิจารณาเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

  • กรณีข้อกล่าวหาเรื่องการข่มขู่และการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก

สสว. ขอยืนยันว่า ไม่มีบุคลากรของ สสว. ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้องกับ สสว. ที่มีพฤติกรรมหรือการข่มขู่บุคลากรของมหาวิทยาลัยหรือข่มขู่บุคคลใด ๆ ตามที่มีผู้กล่าวอ้าง เนื่องจาก สสว. ดำเนินงานในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลตามกรอบสัญญาทางราชการเท่านั้น อีกทั้งกระบวนการพิจารณาคัดเลือกจัดขึ้นในระบบปิด มีการรายงานการประชุมที่มีหลักฐานอย่างชัดเจน จึงไม่มีช่องทางให้บุคคลภายนอกเข้ามาแทรกแซงหรือมีอิทธิพลเหนือการตัดสินใจของคณะกรรมการได้

  • กระบวนการยื่นอุทธรณ์

สสว. ในฐานะหน่วยงานของรัฐให้ความเคารพในสิทธิและการตัดสินใจของผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย โดยผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการพิจารณาของ สสว. สสว. กำหนดให้สามารถยื่นหนังสืออุทธรณ์ผลการพิจารณาได้ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งผล ซึ่งเป็นไปตามหลักที่กฎหมายกำหนดไว้ และ  สสว. จะพิจารณาอย่างรอบคอบและถี่ถ้วนในทุกกรณี และหาก สสว. ไม่เห็นด้วยกับคำอุทธรณ์ของผู้อุทธรณ์ไม่ว่าบางส่วนหรีอทั้งหมด สสว. จะนำคำอุทธรณ์และความเห็นของ สสว. ทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร สสว. เพื่อพิจารณาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้ได้ข้อยุติโดยเร็ว

สสว. ยืนยันว่าพร้อมให้ความร่วมมือและเข้าชี้แจงข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานทั้งหมดต่อคณะกรรมาธิการและหน่วยงานตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อตอกย้ำเจตนารมณ์ในการเป็นองค์กรหลักที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนและสร้างระบบนิเวศ e-Commerce ให้แก่ SME ไทยอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม