สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่า เจ็ตสตาร์จะอนุญาตให้ผู้โดยสารนำกระเป๋าขนาดเล็ก ที่สามารถวางไว้ใต้ที่นั่งได้ เช่น กระเป๋าเป้ กระเป๋าถือ หรือกระเป๋าแล็ปท็อป ขึ้นเครื่องได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่กระเป๋าขนาดใหญ่กว่าอาจมีค่าใช้จ่ายระหว่าง 25-52 ดอลลาร์ออสเตรเลียต่อเที่ยวบิน (ราว 584-1,215 บาท) โดยขึ้นอยู่กับเส้นทาง

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้นโยบายสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่องของเจ็ตสตาร์ ใกล้เคียงกับระบบที่สายการบินต้นทุนต่ำหลายแห่งทั่วโลกใช้ ซึ่งคิดค่าบริการผู้โดยสารสำหรับการใช้พื้นที่เก็บของเหนือศีรษะ ขณะที่รวมกระเป๋าขนาดเล็กที่วางไว้ใต้ที่นั่งไว้ในค่าโดยสารพื้นฐานแล้ว

ผู้โดยสารที่ต้องการสัมภาระติดตัวเพิ่ม สามารถซื้อ “สัมภาระติดตัวแบบพิเศษ” ล่วงหน้าได้ ซึ่งรวมถึงกระเป๋าเก็บสัมภาระเหนือศีรษะขนาดใหญ่ขึ้น และสิทธิในการขึ้นเครื่องก่อนใคร พร้อมทั้งยกเลิกข้อจำกัดน้ำหนักสัมภาระ 7 กิโลกรัม

สายการบินกล่าวว่า การปรับปรุงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังการวิจัยลูกค้า และลูกเรืออย่างกว้างขวาง โดยพบว่าการชั่งน้ำหนักกระเป๋าที่ประตูขึ้นเครื่อง และการแย่งชิงพื้นที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะ เป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่สร้างความเครียดที่สุด

นางสเตฟานี ทัลลี ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเจ็ตสตาร์ กล่าวว่า นโยบายใหม่นี้จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการออกเดินทางตรงเวลา ปรับปรุงกระบวนการขึ้นเครื่องให้คล่องตัวขึ้น และใช้พื้นที่เก็บสัมภาระเหนือศีรษะให้เกิดประโยชน์มากขึ้น รวมถึงสอดคล้องกับปรัชญา “ค่าโดยสารราคาประหยัด” ของสายการบิน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS