สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่านายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ผู้นำมาเลเซีย กล่าวว่า จะไม่ส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาจำนวน 5,000 คนกลับประเทศ หากตรวจพบว่า บุคคลเหล่านี้อาจเผชิญการถูกกดขี่ข่มเหงหรือเป็นอันตรายถึงชีวิตเมื่อเดินทางกลับ
ก่อนหน้านี้ มีการสั่งปิดโรงเรียนสำหรับเด็กชาวโรฮีนจาทั่วมาเลเซีย ท่ามกลางรายงานว่ามีเด็กจำนวนมากเผชิญการคุกคามและข่มขู่ ขณะที่ผู้ลี้ภัยบางส่วนถูกขับไล่ออกจากที่พักในรัฐปีนัง และถูกควบคุมตัวชั่วคราว หลังไปรวมตัวกัน ด้านหน้าอาคารสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อขอความช่วยเหลือ
Menteri Komunikasi, Datuk Seri Fahmi Fadzil berkata Malaysia tidak akan menghantar pulang 5,000 pelarian Rohingya sekiranya mereka akan dizalimi ataupun boleh menyebabkan nyawa mereka terancam.#AWANInews pic.twitter.com/4XK4aI9bmr
— Astro AWANI (@501Awani) August 5, 2026
นายฟาห์มี ฟัดซิล รมว.การสื่อสารและโฆษกรัฐบาลมาเลเซีย กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทยกำลังทบทวนแผนดังกล่าวจริง มาเลเซียในฐานะประเทศที่มีความรับผิดชอบ จะไม่ส่งตัวผู้ลี้ภัยกลับ หากบุคคลเหล่านั้นเสี่ยงถูกกดขี่หรือมีอันตรายต่อชีวิต โดยรัฐบาลยังต้องหารือกับรัฐบาลเมียนมาเกี่ยวกับเงื่อนไข และรายละเอียดหลายประการก่อนดำเนินการ
#NSTnation Malaysia will not repatriate the initial group of 5,000 Rohingya refugees if they risk persecution or threats to their lives upon returning home.https://t.co/bWjtZCIBCg pic.twitter.com/hP8C6QXsB4
— New Straits Times (@NST_Online) August 5, 2026
ขณะที่รัฐบาลเมียนมาแสดงความพร้อมรับตัวผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้กลับประเทศ แต่ฟาห์มียืนยันว่า รัฐบาลมาเลเซียจะพิจารณาหลักเกณฑ์และความเหมาะสมเป็นรายกรณี และย้ำว่า อันวาร์มีจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ไม่สามารถส่งตัวบุคคลใดกลับไปเผชิญอันตรายได้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



