เมืองทองธานีประกาศความสำเร็จ หลังสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) รับรองโครงการ “เมืองทองธานี เมืองอัจฉริยะมีชีวิต” ให้เป็น “เขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ” อย่างเป็นทางการ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หลังจากยื่นข้อเสนอต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะไปตั้งแต่เดือนเมษายน

นายพอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาโครงการ กล่าวว่า เมืองทองธานีถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่คนสามารถทำงาน อยู่อาศัย และใช้ชีวิตได้ครบวงจรในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นการติดต่องาน ประชุม ซื้อของ กินข้าว หรืออยู่อาศัย และเป้าหมายต่อไปคือการทำให้ทุกขั้นตอนการใช้บริการของผู้คนสะดวก ปลอดภัย และประทับใจมากขึ้น ภายใต้แนวคิด Live-Work-Play-Learn เพื่อผลักดันให้เมืองทองธานีเป็น “เมืองที่น่าอยู่ น่าเที่ยว และน่าลงทุน”
โครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 4,000 ไร่ เป็นเมืองที่ใช้ประโยชน์ที่ดินหลายรูปแบบ ทั้งที่อยู่อาศัย โรงแรม สำนักงาน สถานศึกษา หน่วยงานราชการ และศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม ปัจจุบันมีประชากรอยู่ในพื้นที่กว่า 300,000 คน และมีผู้มาเยือนมากกว่า 5.4 ล้านคนต่อปี ส่วนใหญ่มาจากงานแสดงสินค้าและการประชุมที่จัดขึ้นในศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี
การรับรองจาก depa อ้างอิงตามกรอบตัวชี้วัดเมืองอัจฉริยะ 7 มิติ ซึ่งเมืองทองธานีมีโครงการรองรับรวมทั้งสิ้น 30 โครงการ เริ่มจากมิติสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ เช่น การจัดการขยะอัจฉริยะ อาคารสีเขียว การก่อสร้างสีเขียว และอีเวนต์สีเขียว ต่อด้วยมิติพลังงานอัจฉริยะ เช่น การบริหารจัดการพลังงานและระบบทำความเย็น ด้านการบริหารภาครัฐอัจฉริยะมีโครงการอย่างระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (E-Tax Service) แอปพลิเคชัน Smarty และบริการดูแลผู้พักอาศัยในชุมชน

ส่วนมิติการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ มีการบริหารจัดการที่จอดรถอัจฉริยะและระบบจัดการจราจรอัจฉริยะ ขณะที่มิติพลเมืองอัจฉริยะเน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและโครงการผู้คนสร้างสรรค์ ด้านการดำรงชีวิตอัจฉริยะมีเสาไฟอัจฉริยะและระบบติดตามคุณภาพอากาศ และปิดท้ายด้วยมิติเศรษฐกิจอัจฉริยะ ซึ่งรวมถึงสังคมไร้เงินสด ร้านเด็ดเมืองทอง การส่งเสริมสินค้า GI และการจ้างงาน MICE อัจฉริยะ
ผู้บริหารระบุว่า เมืองทองธานีในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่จัดงานแสดงสินค้า คอนเสิร์ต หรือประชุมระดับโลกอีกต่อไป แต่กำลังก้าวสู่การเป็น “ศูนย์กลางการใช้ชีวิตที่ครบวงจร” ที่รวมทั้งการทำงาน การใช้ชีวิต ความบันเทิง การเรียนรู้ และโอกาสทางธุรกิจไว้ในที่เดียว เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับผู้อยู่อาศัย ชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว



