สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้เปิดรับฟังความเห็น หลักการมาตรฐานของสัญญาให้บริการไฟฟ้า เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ใช้ไฟมากยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของผู้ใช้ไฟฟ้า โดยให้เงื่อนไขต่างๆ มีความชัดเจนเป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ต้องใช้หลักการการตีความของแต่ละหน่วยงาน เช่น กลุ่มเปราะบาง ซึ่งจะมีผลกระทบต่อประชาชน ผู้ใช้พลังงาน การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือและหน่วยงานภาครัฐ โดยจะเปิดรับฟังความเห็นถึงวันที่ 25 ส.ค.
สำหรับสาระสำคัญ เป็นการเพิ่มความคุ้มครองไม่ตัดกระแสไฟฟ้า กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีผู้ป่วยติดตียง จากเดิมจะเป็นกลุ่มผู้ป่วยติดเตียงที่ต้องใช้ไฟฟ้าในการเดินเครื่องมือทางการแพทย์เท่านั้น ความคุ้มครองใหม่ ให้เพิ่มการคุ้มครองครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้พิการ ที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยใช้คะแนนการประเมินความสามารถในการประกอบกิจกรรมประจำวัน (เอดีแอล) ของกระทรวงสาธารณสุข, กลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ที่ต้องมีสภาวะการพึ่งพิง แบ่งเป็น กลุ่มติดบ้าน คะแนนเอดีแอล 5-11 คะแนน และกลุ่มติดเตียง มีเอดีแอล 0-4 คะแนน ซึ่งจะไม่ถูกตัดไฟระยะเวลารวมกันไม่เกิน 3 เดือน
นอกจากนี้จะลดระยะเวลาการเรียกเก็บค่าไฟย้อนหลังเหลือไม่เกิน 1 ปี ในกรณีผู้ให้บริการไฟฟ้าคิดค่าไฟฟ้าผิดพลาด สามารถเรียกเก็บค่าไฟย้อนหลังได้ไม่เกิน 1 ปี สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท จากเดิมกำหนดให้คิดค่าไฟฟ้าย้อนหลัง 2-3 ปี เพื่อลดภาระของผู้ใช้ไฟฟ้าและสร้างความเป็นธรรมให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามากขึ้น
รวมทั้งให้เพิ่มสิทธิให้การขอตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้าได้ โดยกำหนดสิทธิของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก ให้สามารถร้องขอเข้าตรวจสอบความเที่ยงตรงของเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าได้ แม้อยู่นอกกำหนดการตรวจสอบตามปกติ หากสงสัยว่ามิเตอร์ทำงานผิดปกติ, ให้ขยายเวลาชำระค่าไฟกรณีได้รับใบแจ้งหนี้ล่าช้าโดยกำหนดให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้รับระยะเวลาชำระค่าไฟเพิ่มขึ้น หากได้รับใบแจ้งหนี้ล่าช้ากว่าปกติ เพื่อไม่ให้เสียสิทธิหรือได้รับผลกระทบจากการชำระเงินล่าช้าที่ไม่ได้เกิดจากความผิดของผู้ใช้ไฟฟ้า
ขณะเดียวกันให้เพิ่มช่องทางแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องและข้อมูลการคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้า โดยกำหนดให้ผู้ให้บริการไฟฟ้าต้องแจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้องจากเหตุสุดวิสัยผ่านช่องทางที่เข้าถึงผู้ใช้ไฟฟ้าได้อย่างทั่วถึง พร้อมเผยแพร่หลักเกณฑ์การคุ้มครองผู้ใช้ไฟฟ้าที่ไม่สามารถงดจ่ายไฟได้ให้ประชาชนรับทราบอย่างชัดเจน
แจ้งการเปลี่ยนแปลงค่าไฟล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือน กำหนดให้ผู้ให้บริการไฟฟ้าต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าไฟฟ้า และค่าบริการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน ผ่านช่องทางที่ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามีเวลาเตรียมตัวและวางแผนค่าใช้จ่าย และให้เพิ่มสิทธิและหน้าที่ของผู้ใช้ไฟฟ้ากลุ่มเฉพาะ โดยกำหนดสิทธิ และหน้าที่ของผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทองค์กรไม่แสวงหากำไร กิจการสูบน้ำเพื่อการเกษตร และผู้ใช้ไฟฟ้าชั่วคราว ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพื่อให้การบริการและการคุ้มครองเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันและเหมาะสมกับลักษณะการใช้ไฟฟ้าของแต่ละประเภท
“ปัจจุบันมาตรฐานของสัญญาให้บริการไฟฟ้า ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน มีข้อจำกัดหลายประการที่ยังไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงและความต้องการของผู้ใช้ไฟฟ้า เช่น ขาดการคุ้มครอง กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ที่ชัดเจน ไม่มีการกำหนดระยะเวลาที่ผู้ให้บริการต้องแจ้งให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทราบล่วงหน้าก่อนมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าไฟฟ้าและค่าบริการ และการคุ้มครองไม่ครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าบางประเภท”
โดยสำนักงาน กกพ. จะเปิดรับฟังความเห็นดังกล่าวถึงวันที่ 25 ส.ค. 2569 ผ่านทางเว็บไซต์ LAW ระบบกลางทางกฎหมาย



