สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่ากระทรวงพาณิชย์จีนประกาศมาตรการจำกัดการดำเนินธุรกิจกับบริษัทและองค์กรสหรัฐ 7 แห่ง รวมถึงเข้มงวดการตรวจสอบการส่งออกโดรนไปยังสหรัฐ และระงับการใช้หน่วยงานตรวจสอบจากสหรัฐบางแห่งสำหรับการตรวจโรงงาน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กำหนดภายใต้ระบบรับรองผลิตภัณฑ์ของจีน


มาตรการล่าสุดถือเป็นการยกระดับความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐในด้านการค้าและเทคโนโลยี โดยรัฐบาลวอชิงตันเพิ่มข้อจำกัดต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีและตลาดสหรัฐของจีน ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและสิทธิมนุษยชน


ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งตอบโต้ ด้วยการควบคุมการส่งออกแร่หายากและสินค้าสำคัญต่อห่วงโซ่อุปทานภาคการผลิตของสหรัฐ รวมถึงคว่ำบาตรบริษัทอเมริกันที่จีนกล่าวหาว่า สนับสนุนหรือผลักดันนโยบายของรัฐบาลวอชิงตันที่กระทบผลประโยชน์ของจีน


รัฐบาลปักกิ่งกล่าวหาหน่วยงานเหล่านี้ว่าสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ที่เกี่ยวข้องกับเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งรัฐบาลวอชิงตันและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนกล่าวหาว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงานอย่างกว้างขวาง โดยหลายองค์กรทำงานเกี่ยวกับการตรวจสอบย้อนกลับของห่วงโซ่อุปทาน และประเมินความเสี่ยงด้านแรงงาน


เอกสารคำสั่งของจีนไม่ได้ระบุว่าจะมีการอายัดทรัพย์สิน ห้ามเดินทาง หรือบทลงโทษอื่นต่อบริษัทและองค์กรทั้ง 7 แห่ง แต่กำหนดห้ามบุคคลและองค์กรในจีนทำธุรกรรมหรือความร่วมมือกับหน่วยงานเหล่านี้


นอกจากนี้ จีนประกาศว่าจะเข้มงวดการตรวจสอบการส่งออกโดรนที่อยู่ภายใต้การควบคุม รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องไปยังสหรัฐ โดยจะพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี และจะไม่ใช้กระบวนการอำนวยความสะดวกด้านใบอนุญาตส่งออก


มาตรการดังกล่าวยังไม่ถือเป็นการห้ามส่งออกโดรนไปยังสหรัฐโดยสิ้นเชิง แต่จะทำให้การขอใบอนุญาตส่งออกสินค้าและเทคโนโลยีที่อยู่ภายใต้กฎควบคุมสินค้าที่ใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร หรือสินค้าสองทาง มีความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตโดรนในสหรัฐและผู้ซื้อในประเทศที่ต้องพึ่งพาชิ้นส่วน อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีโดรนจากจีน.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS