เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งเป็นการพิจารณางบประมาณของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นั้น นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวอภิปรายตอนหนึ่งว่า ตนร่วมต่อสู้เรื่องมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม หลังจากประชาชนร้องเรียนมา ตั้งแต่ปี 2563-2564 แต่ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้สักที อย่างไรก็ตาม หลังจากตนได้ฟังคำตอบจากผู้บริหารกรมควบคุมมลพิษในวันนี้ จึงถึงบางอ้อเลยว่าที่แก้ปัญหาไม่ได้ เป็นเพราะท่านบอกว่าไม่ได้มีส่วนหน้าที่ในการรับผิดชอบเรื่องมลพิษทางเสียง ซึ่งเป็นการก่อความเดือดร้อนรำคาญ จึงต้องให้ประชาชนไปบอกหน่วยงานของท้องถิ่น ส่วนเรื่องกลิ่น กำลังจะหาวิธีการแก้อยู่ แล้วแบบนี้เรามีกรมควบคุมมลพิษไว้เพื่ออะไร แต่กรมควบคุมมลพิษระบุวิสัยทัศน์และภารกิจหน้าที่ของตัวเองว่าพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และกฎหมาย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้จัดการกากของเสีย สารอันตราย คุณภาพน้ำ อากาศ ระดับเสียง และความสั่นสะเทือน
นายณัฐชา กล่าวอีกว่า ตนจึงตัดสินใจได้เลยว่าแผนยุทธศาสตร์การจัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม ที่มีการของบประมาณ 143,137,000 บาทนั้น ตัดออกให้หมด ให้เขาไปตั้งสติก่อนว่าภารกิจหน้าที่ของตัวเองคืออะไรบ้าง เพราะท่านบอกว่าโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศและเสียง แต่เวลาไปลงพื้นที่ตรวจ เจ้าหน้าที่ของกรมฯ บอกว่าอันนี้ไม่ใช่หน้าที่ตัวเอง และนั่นเป็นของกรมนั้น แต่เวลาท่านเขียนของบประมาณ กลับเขียนครอบจักรวาลมากว่าจะทำทุกอย่าง แนวคิดแบบนี้ทำให้แก้ปัญหาหรือหาทางออกไม่ได้

“ชาวบ้านเขานั่งปิดจมูก นั่งรถผ่านทุกวัน เรื่องเสียง ถ่ายไม่รู้จะถ่ายยังไงแล้ว ส่งไปให้หน่วยงานของท่าน ท่านลองถามคนที่ไปลงพื้นที่ตัวจริงว่าได้ยกหูโทรฯ บอกโรงงานไหม เพราะโรงงานอุตสาหกรรมเขาถึงขนาดที่ว่าวันไหนที่กรมโรงงานไป เขาไปทำตอนเที่ยงคืน ตี 1 ชาวบ้านบันทึกเสียงมาตอนเที่ยงคืน ตี 1 แล้วเจ้าของ เจ้าหน้าที่โรงงานเนี่ยเป็นคนบอกเองเลย บอกว่าที่ทำดึก เพราะกรมโรงงานมาลงตอนเช้า เหมือนเป็นการลงโทษชาวบ้านอีกต่างหาก คราวนี้ชาวบ้านยิ่งเดือดร้อนเข้าไปใหญ่ว่า ถ้าจะแจ้งกรมควบคุมมลพิษ คืนนั้นบ้านหลังโน้นที่มีเด็ก ไม่ได้นอนแน่นอน เพราะฉะนั้น เรื่องราวเหล่านี้มันไม่ควรเกิดขึ้น ท่านต้องกำชับเจ้าหน้าที่ภายใต้หน่วยงานของท่านดีๆ อาจจะต้องปรับเปลี่ยนย้ายกันบ่อยๆ เพื่อไม่ให้มีความผูกพันกับโรงงานอุตสาหกรรม ไม่อย่างนั้นจะยกหูโทรฯ กัน จนไม่สามารถแก้ได้ อันนี้น่าเป็นห่วงมาก” นายณัฐชา กล่าว

ด้าน นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ชี้แจงว่า กรมควบคุมมลพิษไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ แต่เราไม่มีอำนาจหน้าที่โดยตรง บางทีที่เราลงพื้นที่ไป เราไม่สามารถแจ้งจับเขาได้เลย จึงถูกเรียกว่าเป็นเสือกระดาษ ทำให้ต้องมีเพื่อนคือหน่วยงานอื่นที่มีอำนาจ ลงพื้นที่ไปด้วยกัน ถ้ามีตรงไหนที่เป็นปัญหาเรื้อรัง เรายินดีเข้าไปแก้ไขจัดการให้ถึงที่สุด ต้องขอประทานโทษ บางทีกรมควบคุมมลพิษอาจจะยังทำได้ไม่เต็มที่ ตนเข้าใจดี และอยากทำให้ดีที่สุด.



