จากผลการศึกษาทางการแพทย์ พบว่า นวัตกรรมนี้มีส่วนช่วย ให้น้ำหนักตัวของผู้ป่วยได้เฉลี่ย 15-22% ของน้ำหนักตัวในระยะเวลา 1 ปี (พร้อมกับการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม)

ยาฉีดควบคุมความหิว ลดความเสี่ยงอัมพาตได้จริงไหม?

คำตอบในทางการแพทย์ ยาฉีดควบคุมความหิวมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงได้แต่ไม่สามารถป้องกันได้ 100%

เมื่อปลายปี 2025 งานวิจัยระดับโลกที่ถูกตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์อย่าง New England Journal of Medicine ภายใต้ชื่อการศึกษา SURPASS-CVOT ได้ติดตามผลในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีประวัติโรคหลอดเลือดอยู่แล้ว จำนวน 13,165 คน เปรียบเทียบประสิทธิภาพของยา ไทร์เซพาไทด์ กับ ยาฉีดควบคุมเบาหวานในกลุ่มเดิมที่มีอยู่แล้ว

ผลลัพธ์สรุปได้ดังนี้ ช่วยลดความเสี่ยงได้ในระดับดี สามารถลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอัมพาต ใกล้เคียงและไม่ด้อยกว่า ยาในกลุ่มควบคุมความหิวที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน แต่ยังไม่มีข้อมูลที่โดดเด่นอย่างชัดเจน

ผลลัพธ์ต่อสมองในกลุ่มผู้ป่วยความเสี่ยงสูง

กลุ่มผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดบายพาสหัวใจ (CABG) งานวิจัยจากสหรัฐอเมริกา ปี 2025 นำข้อมูลสุขภาพ TriNetX โดยเปรียบเทียบคนไข้กลุ่มนี้ ระหว่างผู้ที่ใช้ยาตัวใหม่อย่าง ไทร์เซพาไทด์ กับยากลุ่มเดิม พบว่า โอกาสเกิดอัมพฤกษ์-อัมพาตต่ำ อัตราการเกิดเนื้องอกสมองตายจากการขาดเลือดน้อยกว่า อัตราการเสียชีวิตในระยะเวลา 3 ปี ลดลง

กลุ่มคนไข้ โรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเสี่ยง ที่เส้นเลือดสมองจะตีบไปด้วย จากผลวิเคราะห์ Meta-analysis ในปี 2026 ยากลุ่มควบคุมความหิวช่วยลดความเสี่ยงของเส้นเลือดสมองตีบลงได้ 25% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใช้ยา แม้ว่าข้อมูลจากงานวิจัยจะเป็นที่น่าสนใจ แต่ในทางการแพทย์ยานี้ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน

ผู้ที่เหมาะสมในการใช้ยา ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีประวัติโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ที่มีน้ำหนักเกินร่วมกับภาวะหัวใจล้มเหลวผู้ป่วยที่มีประวัติอัมพฤกษ์ อัมพาต หรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย และมีภาวะน้ำหนักเกินมาก

ผู้ที่ยังไม่เหมาะสมในการใช้ยา น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ปกติและไม่มีโรคประจำตัว ผู้ที่เริ่มมีน้ำหนักเกินเล็กน้อย แต่ยังสามารถจัดการได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย

ผู้สูงอายุที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง

ผลข้างเคียง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ในช่วง 4-8 สัปดาห์แรก ในบางรายอาจมีอาการตับอ่อนอักเสบ หรือปัญหาระบบถุงน้ำดี เช่น นิ่วในถุงน้ำดี ห้ามใช้ในผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเมดัลลารี หรือโรคเนื้องอกในระบบต่อมไร้ท้อหลายระบบ ยาฉีดควบคุมความหิว เป็นเพียงทางเลือกเสริมเท่านั้น ไม่สามารถนำมาใช้เพื่อทดแทนการดูแลตัวเองพื้นฐาน ก่อนที่จะเริ่มใช้ยาฉีด จำเป็นตรวจสอบสิ่งเหล่านี้

นอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมง/วัน

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เดินเร็วอย่างน้อยวันละ 30 นาที รับประทานผักผลไม้ในทุกมื้อ ลดน้ำตา ลดเค็ม

รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

ต้องขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก “นพ.สหรัฐ อังศุมาศ “อายุรแพทย์ระบบประสาทและสมอง โรงพยาบาลแพทย์รังสิต