สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ว่านายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.กระทรวงการคลังสหรัฐ ยืนยันว่า กระทรวงการคลังสหรัฐร่วมมือกับหน่วยงานด้านการเงินของญี่ปุ่น ในการแทรกแซงตลาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อรักษาเสถียรภาพให้กับค่าเงินเยน


เบสเซนต์ดล่าวว่า เงินเยนที่อ่อนค่าต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงอย่างมาก อาจนำไปสู่ปัญหาทางเศรษฐกิจอื่น ๆ หรือทำให้สกุลเงินประเทศอื่นแข่งขันกันลดค่าเงิน ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ไม่ดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม


แม้เบสเซนต์ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด เกี่ยวกับรูปแบบการมีส่วนร่วมของสหรัฐในการแทรกแซงตลาดร่วมกับญี่ปุ่น แต่กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่รัฐบาลญี่ปุ่นต้องการใช้กลไกซื้อคืนพันธบัตร สำหรับหน่วยงานการเงินต่างประเทศและระหว่างประเทศ ที่ธนาคารกลางสหรัฐ ( เฟด ) จัดตั้งขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 และเปิดทางให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น ( บีโอเจ ) กู้ยืมเงินได้สูงสุด 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.99 ล้านล้านบาท ) เพื่อสนับสนุนค่าเงินเยน


กลไกดังกล่าวเป็นช่องทางให้ธนาคารกลางและหน่วยงานการเงินของต่างประเทศ สามารถนำพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ถืออยู่มาเป็นหลักประกัน เพื่อกู้เงินดอลลาร์สหรัฐจากเฟดเป็นการชั่วคราว


สำหรับกรณีที่สหรัฐขายเงินยูโรเพื่อนำไปซื้อเงินเยน เบสเซนต์กล่าวว่า ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรในยุโรป รวมถึงธนาคารกลางต่าง ๆ พร้อมยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเพียงการปรับสัดส่วนทุนสำรองของสหรัฐ และมองว่าเงินยูโรอยู่ใกล้ระดับราคาที่สมดุลมากกว่า


ทั้งนี้ เบสเซนต์ปฏิเสธแสดงความเห็นว่า เงินยูโรควรซื้อขายอยู่ที่ระดับใด แต่ประเด็นสำคัญคือค่าเงินเยนต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็นอย่างมาก รวมถึงนโยบายของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ผู้นำญี่ปุ่น ที่กำลังดำเนินการ เพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS