เมื่อวันที่ 2 ก.ย. 69 ที่ สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ กลุ่มตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ยุทธนา งามชัด ผกก.สภ.กมลาไสย และ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.กมลาไสย เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย ในความผิดตาม ม.157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง จากกรณีร่วมกับนายทุนค้าไม้ทำการตัดไม้ภายในพื้นที่โรงเรียนแล้วนำไปขาย โดยนำหลักฐานสำคัญเป็นภาพถ่ายและคลิปวิดีโอขณะเกิดเหตุ ซึ่งปรากฏภาพของผู้อำนวยการโรงเรียนกำลังยืนคุมงานร่วมกับพ่อค้าไม้จากจังหวัดแพร่ ขณะกำลังทำการตัด ทอน และขนย้ายไม้ขึ้นรถบรรทุกออกจากโรงเรียน

สำหรับต้นไม้ที่ถูกตัดประกอบด้วยไม้หวงห้าม ไม้เบญจพรรณ และไม้โบราณหายาก โดยเฉพาะต้นสมอพิเภกอายุกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นไม้ทรงคุณค่าที่มีการประเมินมูลค่าสูงถึงต้นละ 100,000-300,000 บาท และหากรวมราคาไม้ที่ถูกตัดทั้งหมดน่าจะมีราคาไม่ต่ำกว่า 500,000 บาท
นางปาริชาติ หาญไชยนะ ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย รุ่น 32 เปิดเผยว่า เหตุการณ์ตัดไม้โบราณในโรงเรียน สร้างความเศร้าสะเทือนใจให้แก่ศิษย์เก่า คณะครู และชาวบ้านอย่างมาก แม้ทาง ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางปกครองแล้ว แต่ศิษย์เก่าเกรงว่าขั้นตอนจะล่าช้าจนกลายเป็นมวยล้มต้มคนดู จึงได้นำหลักฐานสำคัญมามอบให้และขอให้ตำรวจดำเนินคดีอาญาอย่างถึงที่สุด ทั้งนี้ ศิษย์เก่าเรียกร้องให้ สพม.กาฬสินธุ์ เร่งรัดการไต่สวนทางวินัยให้มีผลสรุปภายใน 1 เดือน เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมจับตามอง พร้อมยืนยันว่าศิษย์เก่าทุกคนพร้อมใจกันออกมาปกป้องโรงเรียนอย่างถึงที่สุด

พ.ต.อ.ยุทธนา กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และ ป.ป.ท.เขต 4 ขอนแก่น ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เบื้องต้นพบต้นไม้หลากหลายประเภท ถูกตัดไปรวมจำนวน 32 ต้นจริง โดยอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้กล่าวหาหลายปาก และประสานเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าประเมินความเสียหายของปริมาตรไม้เพิ่มเติม คาดว่าหลังจากรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วนจะสามารถสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. ดำเนินคดีตามกฎหมายได้ภายใน 30 วัน สำหรับการสืบสวนมีความคืบหน้าไปมาก ได้ข้อมูลพยานบุคคล พยานแวดล้อม และภาพถ่ายยืนยันตัวผู้เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ทั้งนี้ พล.ต.ต.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่กำชับด้วยตนเอง ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เข้มงวด และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
มีรายงานว่าศิษย์เก่าและกลุ่มสมาคมผู้ปกครองและครูออกมารวมตัวกันเพื่อเป้าหมายในการปกป้องโรงเรียน โดยต้องการให้ ผอ.รร. ชี้แจงข้อเท็จจริงว่าเหตุใดจึงต้องตัดไม้และไม้เหล่านั้นหายไปไหน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่าง ผอ.รร. กับพ่อค้าไม้จากจังหวัดแพร่ ที่เข้ามาภายในโรงเรียนตั้งแต่ ผอ. ย้ายมาดำรงตำแหน่ง ซึ่งปัจจุบันพ่อค้าไม้รายนี้ได้มาเปิดโรงไม้อยู่ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับ อ.กมลาไสย นอกจากนี้มีรายงานว่า หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวไป ทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ลงพื้นที่เก็บหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงควบคู่ทางหนึ่ง.



