ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (2 ก.ย.) ศาลปกครองสูงสุด ได้มีคำสั่ง ลงวันที่ 31 ส.ค. 2569 ให้กลับคำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น ที่ไม่รับคำฟ้องของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ไว้พิจารณา เป็นให้รับคำฟ้องคดีไว้พิจารณา และมีคำสั่งในเรื่องคำร้องขอ ในส่วนคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาต่อไป
จากที่ก่อนหน้านี้ นพ. สรณ ได้ยื่นฟ้อง คณะกรรมการสรรหา กสทช. โดยขอให้ศาลปกครองกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหากสทช. ที่ 1/2569 ลงวันที่ 21 ก.ค. 69 ที่วินิจฉัยว่า นพ สรณ มีลักษณะต้องห้ามและขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. มาตั้งแต่ต้น โดยขอให้การเพิกถอนมีผลย้อนหลัง นับแต่วันที่มีคำวินิจฉัยดังกล่าว เสมือนไม่มีคำวินิจฉัยดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น ต่อมาศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาวินิจฉัยโดยให้เหตุผลว่านายแพทย์สรณยังไม่ใช่ผู้เดือดร้อนเสียหาย
ทั้งนี้ หลังจากทราบคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดแล้ว ทาง นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งให้ศาลปกครองชั้นต้นรับคำฟ้องไว้พิจารณาในวันนี้ เกี่ยวกับกรณีที่มีข้อพิพาทในการดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ นั้น
ผมขอน้อมรับและเคารพคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด และขอขอบคุณกระบวนการยุติธรรม ที่ได้พิจารณาประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงตามกระบวนการ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมได้ปฏิบัติหน้าที่ โดยยึดถือกฎหมาย ความสุจริต และประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ แม้จะมีข้อโต้แย้งหรือความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ผมเห็นว่าทุกฝ่ายควรเคารพกระบวนการยุติธรรม และให้ข้อยุติทางกฎหมายเป็นหลักในการเดินหน้าต่อไป
จากนี้ไป สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เรื่องของบุคคล แต่คือการทำให้ กสทช. สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ มีเอกภาพ และเดินหน้าพิจารณาภารกิจสำคัญที่ยังรอการดำเนินการ เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน ประเทศชาติ และประโยชน์สาธารณะ
ผมจึงใคร่ขอความร่วมมือจาก กสทช. ทุกท่าน ให้กลับมาร่วมกันปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมการประชุม กสทช. โดยพร้อมเพรียงกัน โดยขอให้เราวางข้อขัดแย้งและความคิดเห็นที่แตกต่างกันไว้เบื้องหลัง และกลับมาทำหน้าที่ตามที่กฎหมายมอบหมายให้ดีที่สุด ผมพร้อมที่จะทำงานร่วมกับ กสทช. ทุกท่าน โดยเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง รับฟังซึ่งกันและกัน และยึดประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นที่ตั้ง
วันนี้จึงไม่ควรเป็นวันที่มีผู้แพ้หรือผู้ชนะ แต่ควรเป็นวันที่ กสทช. กลับมาร่วมมือกันทำงานอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้องค์กรสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง
ผมขอขอบคุณ กสทช. ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ตลอดจนประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่าน และขอยืนยันว่าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต รอบคอบ เป็นธรรม และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายต่อไป
ขอบคุณครับ



