เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 28 ส.ค.ที่ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดงานเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport (ทีเอช-เอไอ พาสปอร์ต) อย่างเป็นทางการ โดยมี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปินประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงดีอี และภาคเอกชนเข้าร่วมงาน
นายไชยชนก ชิดชอบ กล่าวว่า AI กำลังเข้ามามีบทบาทต่อระบบเศรษฐกิจ ตลาดแรงงาน การศึกษา และบริการสาธารณะอย่างรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมของคนไทย จึงเป็นภารกิจสำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย พ.ศ. 2565–2570 เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพ สร้างนวัตกรรม และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
โดยข้อมูลจาก Microsoft AI Economy Institute ระบุว่า ในไตรมาสแรกของปี 2569 สัดส่วนประชากรวัยทำงานของไทยที่ใช้ Generative AI เพิ่มขึ้นเป็น 12.4% จาก 9.1% หรือเติบโต 36.4% สะท้อนว่าคนไทยให้ความสนใจและเริ่มนำ AI มาใช้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราการใช้งานของไทยยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 17.8% และยังห่างจากประเทศที่มีการนำ AI ไปใช้อย่างแพร่หลาย เช่น สิงคโปร์ ซึ่งอยู่ที่ 63.4%

“ผมเชื่อว่าการแข่งขันของประเทศในยุคต่อไป จะไม่ได้ตัดสินกันที่ว่าใครมีเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด แต่อยู่ที่ว่าประเทศไหนพัฒนาคนของตัวเองให้ใช้เทคโนโลยีเป็นได้มากที่สุด AI จะมีค่าก็ต่อเมื่ออยู่ในมือของคนที่รู้จักใช้มัน การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดจึงไม่ใช่การลงทุนในเครื่องมือ แต่คือการลงทุนในศักยภาพของคน ยอดผู้ลงทะเบียนกว่า 1 ล้านคนในเวลาเพียงไม่กี่วัน คือเครื่องยืนยันว่าคนไทยพร้อมแล้วที่จะเรียนรู้และเติบโตไปกับเทคโนโลยีนี้ TH-AI Passport จึงไม่ใช่เพียงการเปิดให้คนไทยได้ใช้ AI แต่คือการวางรากฐานเพื่อพาประเทศก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่คนไทยไม่ได้เป็นเพียงผู้ใช้เทคโนโลยี แต่เป็นผู้สร้างสรรค์และสร้างมูลค่าให้กับประเทศได้ด้วยตัวเอง” นายไชยชนกกล่าว
ทั้งนี้นับตั้งแต่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา มีผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 1.3 ล้านคนภายในเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ สะท้อนความตื่นตัวและความต้องการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของคนไทยอย่างชัดเจน ก่อนที่แพลตฟอร์ม AiPASS จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ยอดผู้ลงทะเบียนที่ทะลุหลักล้านภายในระยะเวลาอันสั้น ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงว่าคนไทยพร้อมก้าวเข้าสู่ยุค AI โดยกลุ่มผู้ลงทะเบียนครอบคลุมทั้งนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปจากทุกภูมิภาคของประเทศ
โครงการ TH-AI Passport ตั้งเป้าเปิดโอกาสให้คนไทยสูงสุด 5 ล้านคนเข้าถึงเครื่องมือ AI ระดับโลกจากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดล ควบคู่กับระบบการเรียนรู้และพัฒนาทักษะภายในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกใช้ AI ได้เหมาะกับความต้องการ นำไปประยุกต์ใช้ในการศึกษา การทำงาน การประกอบอาชีพ และการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และรับผิดชอบ

การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ บริษัทเทคโนโลยีระดับโลก และเครือข่ายด้านปัญญาประดิษฐ์ โดยมีผู้แทนจาก Microsoft, Google, และ NVIDIA เข้าร่วม พร้อมด้วยผู้แทนสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ร่วมแสดงวิสัยทัศน์และประกาศความร่วมมือในการส่งเสริมความรู้และทักษะด้าน AI ให้แก่ประชาชน
โครงการ TH-AI Passport มีกลุ่มเป้าหมายครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป และผู้ประกอบการ โดยมุ่งยกระดับความรู้ความเข้าใจด้าน AI หรือ AI Literacy ควบคู่กับการส่งเสริมการนำ AI ไปใช้งานจริง หรือ AI Adoption เพื่อพัฒนาทักษะที่สอดคล้องกับตลาดแรงงาน เพิ่มผลิตภาพ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล
แพลตฟอร์ม AiPASS รวบรวมโมเดล AI จากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดลไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ทำให้ประชาชนสามารถเลือกใช้โมเดลที่เหมาะกับแต่ละงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องสมัครใช้บริการจากผู้ให้บริการหลายรายแยกกัน โมเดลภายในแพลตฟอร์มครอบคลุมการใช้งานด้านการสนทนา การเขียนโปรแกรม และการค้นคว้าเชิงลึก อาทิ GPT-5.6 Sol, o3 Deep Research, Claude Opus 5, Gemini Pro, Nano Banana Pro, Lyria 3 Pro, Sonar Reasoning Pro, Seedream 4.0 และ Seedance 2.0

AiPASS ยังเชื่อมโยงการเข้าถึงเครื่องมือเข้ากับการพัฒนาทักษะผ่านแนวคิด Learn • Earn • Plern ซึ่งเป็นการผสานความร่วมมือด้านองค์ความรู้และหลักสูตรจากพันธมิตรระดับโลกอย่าง Google for Education, Microsoft Elevate และ NVIDIA Deep Learning Institute โดยผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้ผ่านหลักสูตรด้าน AI ภายในระบบ นำความรู้ไปทดลองใช้กับโมเดลจริง สะสมคะแนนเพื่อปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึงโมเดลระดับ Pro และพัฒนาไปสู่ระดับผู้สร้างสรรค์ หรือ Innovator พร้อมรับประกาศนียบัตรเมื่อสำเร็จการเรียนรู้ตามเงื่อนไข แนวทางดังกล่าวทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสิทธิ์ใช้งาน แต่มีเส้นทางการพัฒนาตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงการใช้ AI สร้างผลงานและเพิ่มประสิทธิภาพ โดยมุ่งสร้างทั้งความรู้ ความคุ้นเคย และการใช้งานอย่างต่อเนื่อง
ภายในงานยังมีการสาธิตแพลตฟอร์ม AiPASS ครอบคลุมการใช้งานด้านข้อความ ภาพ เสียง และวิดีโอ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของแต่ละโมเดลและแนวทางเลือกใช้ให้เหมาะกับงาน พร้อมรับฟังประสบการณ์จากผู้ทดลองใช้งานจริง ซึ่งจะนำไปใช้ประกอบการพัฒนาแพลตฟอร์มและกิจกรรมการเรียนรู้ในระยะต่อไป
ประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปสามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th โดยใช้บัญชี Google, Microsoft หรือ Apple และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐหรือ ThaiD การลงทะเบียนในช่วงดังกล่าว เป็นขั้นตอนการสมัคร ยืนยันตัวตน และสร้างบัญชีไว้ล่วงหน้า โดยยังไม่สามารถเข้าใช้งานโมเดล AI ได้ทันที แพลตฟอร์ม AiPASS จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องเข้าเว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์ในโหมดปกติ เนื่องจากระบบไม่รองรับการลงทะเบียนผ่านโหมดไม่บันทึกประวัติการใช้งานหรือโหมดไม่ระบุตัวตน (Incognito/Private Window) และจะได้รับสิทธิ์อัปเกรดเป็นผู้ใช้งานระดับผู้สร้างสรรค์ หรือ Innovator เป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่เปิดใช้งานสิทธิ์ เพื่อให้สามารถทดลองใช้โมเดลและเครื่องมือระดับสูง เรียนรู้ความแตกต่างของแต่ละโมเดล และนำไปต่อยอดการใช้งานให้เหมาะกับความต้องการของตนเอง



