เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 28 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.อิน (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี พร้อมด้วยผู้ปกครอง เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี พ.ต.อ.เสกสรรค์ ศรีเพริศ ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี พ.ต.ท.ชาญฤทธิ์ สุขเจริญ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองจันทบุรี และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดจันทบุรี (พมจ.) เพื่อร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม หลังถูกนายเอ (นามสมมุติ) เจ้าของแผงทุเรียน ล่อลวงเข้าโรงแรมม่านรูด และพยายามกระทำอนาจาร

น.ส.อิน เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือน เม.ย. 69 ผู้ก่อเหตุได้โพสต์รับสมัครงานตำแหน่งเสมียน ทำหน้าที่จดน้ำหนักทุเรียนและคิดเงิน ตนจึงสมัครหวังสร้างรายได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายเอ อ้างว่าจะพาไปดูสวนทุเรียนเพื่อเช็กราคา แต่ระหว่างทางกลับเลี้ยวรถกระบะเข้าโรงแรมม่านรูดในพื้นที่ ต.ท่าช้าง อ.เมืองจันทบุรี บังคับเข้าห้องและลงมือลวนลาม ตนพยายามขัดขืนและโทรศัพท์หาแม่จนมีปากเสียง นายเอ จึงยอมหยุด เมื่อสบโอกาสนายเอ เผลอ ตนจึงแอบถ่ายภาพป้ายโรงแรมและทะเบียนรถไว้เป็นหลักฐาน

ภายหลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้ทักแชตหาภรรยาของนายเอ เพื่อแจ้งพฤติกรรม พร้อมแนบหลักฐาน แต่ภรรยากลับพิมพ์ตอบว่า “อย่าเพิ่งแจ้งความ กำลังจะเดินทางไปหา” ขณะเดียวกัน นายเอ ได้แชตมาง้อขอเจรจา อ้างว่าสำนึกผิดและอยากรับผิดชอบ พร้อมบอกว่าปัจจุบันไม่สามารถกลับบ้านได้เพราะข่าวแพร่สะพัด

ด้าน พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว.จันทบุรี ระบุว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนได้ร่วมกับทีมสหวิชาชีพสอบปากคำผู้เสียหายเนื่องจากยังเป็นเยาวชน จากข้อมูลพบว่านายเอ หลบหนีไปอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้แล้ว ทั้งนี้ พบว่ามีผู้เสียหายในไลน์กลุ่มรวมแล้วเกือบ 20 ราย โดยเหยื่อที่อายุน้อยที่สุดมีอายุเพียง 13 ปีเท่านั้น ที่น่าตกใจคือทุกครั้งที่เกิดเรื่อง ภรรยาของนายเอ จะเข้ามาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย เสนอเงินให้ผู้เสียหายรายละ 30,000-35,000 บาท เพื่อแลกกับการไม่แจ้งความหรือให้ถอนฟ้อง

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า พฤติกรรมของนายเอ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในพื้นที่ สภ.เมืองจันทบุรี เท่านั้น แต่ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้เสียหายกว่า 20 ราย ได้เคยนำหลักฐานเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ท่าช้าง จ.จันทบุรี รวมถึงพื้นที่ สภ.ข้างเคียง และได้ร้องเรียนต่อ ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ อดีตเลขานุการ รมว.ยุติธรรม มาแล้ว ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนในแต่ละท้องที่กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและประสานข้อมูลร่วมกัน เพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป.