เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังจุดชมวิว ยอดเขาวิหารหลวงพ่อดำ วัดช่องแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อเก็บภาพบรรยากาศเรือประมงเล็ก-ใหญ่ เรือสปีดโบ๊ตนำเที่ยว และเรือบรรทุกสินค้าจำนวนนับร้อยลำที่ได้จอดทอดสมอเรียงรายกันเป็นจำนวนมาก เพื่อหลบคลื่นลมมรสุมบริเวณหน้าอ่าวแสมสาร จากช่วงหน้าเขาวิหารหลวงพ่อดำไปจนถึงหน้าหาดสีทองเป็นระยะทางยาว 2-3 กม.

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ดังกล่าวซึ่งถือเป็นภาพที่สุดตระการตาหาชมได้ยาก 1 ปี จะพบเห็นได้เพียงหนึ่งครั้งในช่วงหน้ามรสุม สาเหตุที่เรือประมงได้มาจอดรวมตัวกันในทะเล เนื่องจากเดิมทีชาวประมงในเขตพื้นที่ชุมชนบ้านช่องแสมสาร รวมถึงผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ตและเรือนำเที่ยว จะนำเรือจอดเทียบบริเวณสะพานท่าเทียบเรือต่างๆ แต่ในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ ในทะเลมีคลื่นลมแรง ชายฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร และมีฝนฟ้าคะนอง ทำให้เรือที่จอดเทียบท่า ตัวเรืออาจได้รับความเสียหายจากแรงกระแทก ทั้งจากเสาสะพานหรือเรือที่จอดใกล้กัน

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ชาวประมงนำเรือออกไปทอดสมอลอยลำกลางอ่าว โดยเจ้าของเรือจะคอยสอดส่องดูแล หรือบางลำได้ส่งลูกเรือขึ้นไปนอนเฝ้า ป้องกันการเกิดน้ำท่วมภายในตัวเรือ หากระบบสูบน้ำภายในตัวเรือได้รับความเสียหาย ก็จะสามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงหน้ามรสุม ระหว่างเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ทำให้กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาประกาศเตือนในช่วงเดือนสิงหาคมว่า คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองจะมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่ง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น