เรื่องราวดีๆ จากแวดวงพระพุทธศาสนาและการสร้างโอกาสทางการศึกษา เกิดขึ้นที่ วัดพระพุทธบาทผาหนาม ต.ป่าไผ่ อ.ลี้ จ.ลำพูน เมื่อพระครูสุนทร อรรถการ หรือ “ครูบาดร” เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทผาหนาม และเจ้าคณะตำบลนาทราย เขต 2 ใช้เวลาตลอดกว่า 20 ปี ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนจากครอบครัวฐานะยากจนให้มีโอกาสทางการศึกษา โดยส่งเสียดูแลมาแล้วกว่า 200 คน
ปัจจุบันที่วัดมีสามเณรประมาณ 40 รูป ศึกษาอยู่ตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยในแต่ละวัน สามเณรจะเดินทางไป-กลับระหว่างวัดกับโรงเรียนพระปริยัติธรรมพระชัยยะวงศาพัฒนา เพื่อเรียนทั้งวิชาสามัญและวิชาตามหลักพระพุทธศาสนา

หลังเลิกเรียนกลับถึงวัด สามเณรจะช่วยกันทำความสะอาดบริเวณวัด ทำการบ้าน ทบทวนบทเรียน ก่อนทำวัตรเย็นและพักผ่อน โดยพระครูสุนทรจะคอยดูแลความเป็นอยู่ของสามเณรอย่างใกล้ชิด
หนึ่งในศิษย์ที่เติบโตจากการอุปถัมภ์ของครูบาดร คือ นายอรรถวิทย์ เดชเถกิงไพร ครูโรงเรียนบ้านม่วงสามปี อ.ลี้ ซึ่งเดินทางพาบุตรชายวัย 3 ขวบ มากราบขอพรพระครูสุนทร

นายอรรถวิทย์ เล่าว่า ตนเองเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ยังเล็ก และได้มาอยู่กับครูบาดรตั้งแต่เป็นเด็กวัด ก่อนบวชเรียนและศึกษาต่อ โดยพระครูสุนทรเป็นผู้ส่งเสียด้านการศึกษามาตั้งแต่ต้น กระทั่งเรียนจบถึงระดับปริญญาโท ก่อนลาสิกขาและสอบบรรจุเข้ารับราชการครูได้สำเร็จ

สำหรับนายอรรถวิทย์แล้ว ครูบาดรเปรียบเสมือน “พ่อคนที่ 2” เพราะไม่เพียงมอบโอกาสทางการศึกษา แต่ยังดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กคนหนึ่งจนสามารถยืนหยัดในสังคมและมีอาชีพที่มั่นคง
ด้านพระครูสุนทร เปิดเผยว่า อาตมาบวชเป็นสามเณรและพระสงฆ์มานานกว่า 40 ปี และตลอดระยะเวลาที่เป็นเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทผาหนาม กว่า 20 ปี ได้ช่วยเหลือเด็กมากกว่า 200 คน ส่วนใหญ่เป็นลูกหลานชาวบ้านที่ครอบครัวมีฐานะลำบาก รวมถึงเด็กจากพื้นที่ห่างไกลและบนดอยใน จ.เชียงใหม่ และ จ.ตาก

เด็กบางคนกำพร้า บางคนมีพ่อหรือแม่เพียงคนเดียว ขณะที่บางรายสูญเสียทั้งพ่อและแม่ รวมถึงเด็กที่ครอบครัวได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ พระครูสุนทรจึงรับมาอุปการะและให้โอกาสได้เรียนหนังสือ โดยไม่ได้กำหนดว่าต้องเรียนถึงระดับใด ขอเพียงเด็กตั้งใจเรียน วัดจะช่วยสนับสนุนเท่าที่สามารถทำได้ ทั้งค่าเดินทาง อาหาร และค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา
ปัจจุบันสามเณรถูกแบ่งการดูแลเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มที่เรียนชั้น ม.3-6 จำนวนประมาณ 20 รูป พักอยู่บริเวณดอยผาหนาม ส่วนอีกกลุ่มเป็นสามเณรระดับ ม.1-3 อีกประมาณ 20 รูป โดยทุกคนได้รับการดูแลเรื่องอาหารและการศึกษาอย่างเหมาะสม
ไม่เพียงสนับสนุนเด็กในวัดเท่านั้น พระครูสุนทรยังช่วยเหลือโรงเรียนในพื้นที่และต่างอำเภอ ทั้งการระดมทุนจัดหาอุปกรณ์การเรียน การจ้างครูอัตราจ้าง รวมถึงช่วยเหลือโรงเรียนบนดอยและโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โดยบางแห่งได้รับเงินสนับสนุนหลักแสนบาทต่อปี

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา วัดใช้งบประมาณไม่น้อยกว่า 200,000 บาทต่อปีในการดูแลและส่งเสียเด็ก และบางปีก็ต้องใช้มากกว่านั้น ซึ่งเงินส่วนหนึ่งมาจากการร่วมแรงร่วมใจของผู้มีจิตศรัทธาและการระดมทุนเพื่อการศึกษา
พระครูสุนทร ยอมรับว่า เด็กที่เข้ามาอยู่ในวัดไม่ได้เรียบร้อยทุกคน บางรายมีปัญหาเรื่องการเรียน การทำวัตร หรือกิจวัตรประจำวัน แต่จะใช้วิธีอบรมและลงโทษโดยไม่ใช้ความรุนแรง เช่น ให้ขนหินขนทราย ล้างห้องน้ำ ยึดโทรศัพท์มือถือ นั่งสมาธิ หรือสวดมนต์ตามจำนวนที่กำหนด เพื่อให้เด็กเรียนรู้เรื่องความรับผิดชอบและระเบียบวินัย

สิ่งที่ทำให้พระครูสุนทร ภาคภูมิใจที่สุด คือการได้เห็นเด็กที่เคยเข้ามาอยู่ในวัดในวันที่ยังไม่มีโอกาส กลายเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถประกอบอาชีพและดูแลตัวเองได้ หลายคนเป็น ครู แพทย์ พยาบาล ตำรวจ ทหาร ข้าราชการ นักการเมืองท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน และช่าง รวมถึงอาชีพอีกหลากหลายสาขา
“ครูบาดร” จึงไม่ได้มองสิ่งที่ทำเป็นเพียงการช่วยเหลือเด็กคนหนึ่ง แต่คือการสร้างโอกาสให้เยาวชนสามารถเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม และแม้เด็กบางคนจะลาสิกขาออกไปแล้ว การดูแลอาจทำได้เพียงห่าง ๆ แต่หากมีโอกาสช่วยเหลือได้ก็ยังคงช่วยตามกำลัง
เพราะสำหรับพระครูสุนทร ความสำเร็จอาจไม่ได้อยู่ที่เด็กทุกคนต้องมีตำแหน่งใหญ่โต แต่อยู่ที่การได้เห็นเด็กที่เคยขาดโอกาสเติบโตขึ้นเป็น “คนดี คนมีคุณภาพ” และออกไปสร้างประโยชน์ให้สังคมต่อไป.



