เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ห้องประชุมนิลปัทม์ โรงเรียนกมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ นายประดิษฐ์ ญาณประเสริฐ ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เรียกประชุมกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนกมลาไสย เพื่อหารือพิจารณาปัญหาการตัดไม้ภายในโรงเรียนกมลาไสย ที่ปรากฏคณะศิษย์เก่า-นักเรียน และนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนกมลาไสย ออกมาเคลื่อนไหวและมีการร้องทุกข์ต่อศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย และแจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับผู้อำนวยการโรงเรียนกมลาไสย พร้อมพวก ตามมาตรา 157 และในข้อหาอื่นหากตรวจสอบพบในภายหลัง กรณีนี้ได้สร้างความหนักใจให้กับคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะการตัดไม้โรงเรียนเป็นสิ่งที่สังคมจับตามองว่าเกิดปัญหานี้ขึ้นได้อย่างไร ทั้งนี้ก่อนการประชุมคณะกรรมการได้อนุญาตให้สื่อมวลชนเก็บภาพประมาณ 10 นาที จากนั้นได้ขอเป็นการประชุมลับ โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที หลังออกมาจากที่ประชุมสีหน้าแต่ละคนค่อนข้างเคร่งเครียด
นายสุพจน์ สนุนไพบูลย์ กรรมการสถานศึกษาฯ กล่าวว่า การประชุมนี้ถือเป็นการประชุมนัดพิเศษ เนื่องจากเกิดปัญหาการตัดไม้ภายในโรงเรียนกมลาไสย โดยธงในการประชุมแยกเป็น 2 ประเด็นที่จะต้องลงมติ คือ 1. ให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงรายละเอียดจากปัญหาข้อพิพาทที่เกิดขึ้นต่อคณะกรรมการสถานศึกษา หรือ 2. กรรมการสถานศึกษาฯ ประชุมเพื่อส่งความเห็นไปยัง ผอ.เขตพื้นที่การศึกษาฯ เพื่อให้พิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ผลการประชุม คณะกรรมการฯ มีมติให้ส่งความเห็นไปยัง ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ เพื่อให้ดำเนินการพิจารณาในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เนื่องจากคณะกรรมการฯ ไม่มีอำนาจในการพิจารณาชี้ขาด แต่เพื่อให้ปัญหานี้ปราศจากข้อสงสัย ก็ต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดได้ชี้แจงปัญหานี้ให้สังคมได้รับรู้ถึงเหตุผลและข้อเท็จจริงในการตัดต้นไม้ออกไปทั้งหมดว่าทำเพื่อเหตุผลใด รวมไปถึงการชี้แจงข้อเท็จจริงในการตัดต้นไม้และไม้ที่ตัดนั้นได้นำไม้ไปไว้ที่ไหน

แหล่งข่าวแจ้งว่าเบื้องหลังการประชุมมีการถกเถียงกันอย่างตึงเครียดกรณีการตัดไม้ ทั้งนี้ได้มีการยกรายงานการประชุมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนกมลาไสย เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลา 13.30 น. โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 15 คน และมีผู้ไม่มาร่วมประชุมจำนวน 6 คน เบื้องต้นได้อธิบายถึงความเข้าใจว่าการขออนุญาตในการปรับปรุงสภาพโรงเรียน ได้คุยกันเพียงแต่การตัดแต่งกิ่งไม้ให้สวยงาม ไม่ใช่ให้มีการตัดไม้ออกไป การพิจารณาได้รวบรวมความเห็นแล้วสรุปเป็นรายงานการประชุม เพื่อส่งให้ ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ ในการพิจารณาที่คาดว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง
ขณะเดียวกันมีรายงานว่า พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.สอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานปริมาณไม้ที่ถูกตัด โดยก่อนหน้ามีการแจ้งไปว่า 23 ต้น แต่เมื่อตรวจสอบจริง พบว่ามีจำนวน 32 ต้น ประกอบด้วย 1. ยูคาลิปตัส 19 ต้น 2. กระถินณรงค์ 7 ต้น 3. ขี้เหล็ก 3 ต้น 4. มะฮอกกานี 1 ต้น 5. สมอพิเภก 1 ต้น 6. อินทนิล 1 ต้น จากการตรวจสอบบริเวณใกล้บ้านพักโรงเรียน ยังพบต้นไม้มะขามอายุเกือบ 50 ปี ถูกฉีดพ่นทำเครื่องหมายหมายเลขเอาไว้ถึง 18 ต้น

แหล่งข่าวระบุว่า จำนวนต้นไม้ภายในโรงเรียนที่พบตัดเหลือแต่ตอ พบเพิ่มอีก 9 ต้น รวมเป็นจำนวน 32 ต้น แต่ละต้นอายุตั้งแต่ 30-100 ปี นอกจากนี้ยังพบว่า ต้นไม้มะขามจำนวน 18 ต้น ถูกทำเครื่องหมายเอาไว้ เหมือนกลุ่มทำไม้ทำเครื่องหมายเอาไว้ก่อนที่จะทำการตัดไม้ คาดว่าหากไม่ออกมาร้องเรียน ไม้มะขามจำนวนนี้จะต้องถูกตัดออกไปแน่นอน ส่วนความเคลื่อนไหวของ ผอ.รร.กมลาไสย ขณะนี้ ได้แจ้งว่าเดินทางไปพบ ผอ.สพม.กาฬสินธุ์ เพื่อชี้แจง แต่ผลจะออกมาอย่างไรก็ขอให้จบด้วยความยุติธรรม เนื่องจากการกระทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการท้าทายกฎหมายอย่างมาก เนื่องจากในอดีตย้อนกลับไป 3-4 ปี เคยมีปัญหาการลักลอบตัดไม้พะยูงภายในโรงเรียน จนเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศ แต่จู่ๆ ผอ.โรงเรียน กลับออกมาจัดการให้มีการตัดซะเอง เรื่องนี้จึงทำให้ประชาชนทุกคนเฝ้าจับตามอง
อย่างไรก็ตามมีรายงานแจ้งว่า การตรวจสอบปัญหาการตัดไม้ภายในโรงเรียนกมลาไสย ขณะนี้ได้ตรวจสอบแบบคู่ขนาน โดยตำรวจได้เริ่มเก็บหลักฐานพร้อมกับการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในการเคลื่อนย้ายไม้ออกจากโรงเรียน เพื่อเอาผิดเครือข่ายตัดไม้ และตามข้อกล่าวหาของคณะศิษย์เก่าที่ต้องการเอาผิด ผอ. ตามมาตรา 157 ส่วนทางปกครอง จะเป็นในส่วนของศูนย์ดำรงธรรมและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ ที่จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อความยุติธรรมต่อไป




