เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 29 ส.ค. ที่รัฐสภา กลุ่มงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ประจำปีงบประมาณ 2569 หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ”  โดยในช่วงบ่ายเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รับฟังปัญหาข้อร้องเรียน

โดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้จะเปิดข้อมูลอะไรใหญ่ๆ เพราะใหญ่สุดเปิดไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงให้ตรงใจกันว่าข้อมูลที่เรามี ไม่ได้มี 9 หมื่นหน้า ซึ่งตนมีแค่ราวๆ 5,000-6,000 หน้า จริงๆ แล้วการโกงเรื่อง สว. ใหญ่มากจริง ที่ตัวเองมีเอกสาร มีคำให้การของพยาน แม้หลายคนไม่ตอบ หรืออาจจะโกหก อย่างไรก็ตามที่ข้อมูลที่เราเปิดมานั้นคิดเป็นแค่ 5% ของข้อมูล 5,000 กว่าหน้า ส่วนพยานมีหลายร้อยปาก ส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ระดับ เทียร์ 2 เทียร์ 3 เท่านั้น ส่วนระดับเทียร์ 1 แบบ 10 เต็ม 10 ยังไม่ได้เปิดเลย และเขาก็ไม่มาด้วย ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ส่วนหนึ่งอาจกลัวความปลอดภัยของตัวเอง แต่พร้อมให้การในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม จากนี้ หากเราเรียบเรียงข้อมูลอะไรเสร็จก็จะทยอยเปิด จากคิดว่า กกต. จะมีมติในวันจันทร์ที่ 24 ส.ค. เลยรีบทำข้อมูล แต่สุดท้ายมีรายงานว่าจะสั่งในวันที่ 14 ก.ย. ซึ่งคิดว่าน่าจะชัวร์แล้ว น่าจะสั่งแล้ว หรือจะเลื่อนอีกก็ไม่รู้

นายยิ่งชีพ กล่าวพร้อมแสดงเอกสารฉบับหนึ่งว่า ตนมีเอกสารฉบับหนึ่ง เป็นรายงานการประชุมที่อ่านแล้วเจ็บปวด คือทำไมผู้สมัครจำนวนหนึ่ง ใส่เสื้อสีเหลืองเป็นแก๊ง รายงานชุดนี้ระบุว่า ผู้สมัครรายใดไม่ใส่เสื้อสีเหลือง หากมีการขออนุญาตไปเข้าห้องน้ำหรือไปที่ไหน จะมีเจ้าหน้าที่ กกต. เดินประกบตลอดเวลา แต่ถ้าใส่เสื้อสีเหลืองก็จะเข้าใจได้ว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน เหมือนเจ้าหน้าที่ กกต. ดังนั้นผ่านแล้วความเจ็บปวดที่มีมา 2 ปีก็คลี่คลาย เพราะนอกจากคนเสื้อเหลืองจะได้ไปเข้าห้องน้ำโดยไม่มีคนตามแล้ว ก็ต้องรู้ล่วงหน้าว่าวันนั้นคน กกต. จะใส่เสื้อสีอะไร จึงใส่เหมือนกัน

ด้าน นายชยพล สท้อนดี สส.กทม. พรรคประชาชน กล่าวว่า จากการติดตามคดีฮั้ว สว. พบว่าในจังหวัดสิงห์บุรี มีการข่มขู่คนที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง สว. โดยเป็นกลุ่มมือปืนจากอุทัยธานี ตระเวนหาคนที่รู้เรื่องนี้ ไม่ให้ออกมาพูด ซึ่งตนจะพูดถึงดีลลับแตงโมเงินหมื่น โดยเป็นเรื่องของนายชีวะภาพ ชีวะธรรม และนายภาณุพงษ์ เต็งวงษ์วัฒนะ สว.สิงห์บุรี มีการนัดรับประทานอาหารและสัญญาว่าจะให้เงิน หาที่พักให้ จัดทำโพย โดยอ้างถึงผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทย เป็นสปอนเซอร์ให้เงินมากถึงคนละ 50,000 บาท ซึ่ง สว. ทั้ง 2 คนก็ยอมรับว่ามีการนัดรับประทานอาหารจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนเริ่มต้นนัด ไม่มีค่าใช้จ่ายและไม่มีการทำโพย แต่ตนขอเปิดไทม์ไลน์ 4 วัน ก่อนเลือก สว. ระดับประเทศ วันที่ 26 มิ.ย. 2567 เริ่มจาก 21 มิ.ย มีการรับประทานอาหารระหว่าง 2 สว. และผู้มีสิทธิเลือกระดับประเทศ ที่ร้านบ้านสวนแม่ลาการ้อง อ.บางระจัน ซึ่ง นายชีวะภาพ เป็นเจ้าของร้าน และบอกกับทุกคนว่าในการเลือกระดับประเทศเราไม่รู้จักใคร ต้องมีคนช่วยดูแล โดยนายชีวะภาพ ไปหาผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทย  และนายภาณุพงษ์ ก็ไปติดต่อด้วยกัน และบอกกับทุกคนว่า วันที่ 24 มิ.ย. ตอนบ่าย พวกเราต้องไปนครนายก เพื่อเอาเอกสารไปให้คนของพรรคเขียนแนะนำตัว และในวันที่ 25 มิ.ย. ถึงจะเดินทางไปพักใกล้เมืองทองธานี โดยพรรคภูมิใจไทยจะให้คนละ 5 หมื่นบาท วันแรกให้ 2 หมื่นบาท ส่วนวันเลือกให้ 3 หมื่นบาท

นายชยพล กล่าวว่า การนัดหมายในวันที่ 24 มิ.ย. ให้ทุกคนไปที่ วังยาวริเวอร์ไซด์รีสอร์ท โดยมีการทำโพยกันอยู่ที่นี่ และมีทีมงานชื่อแตงโม และภรรยา ของนายภาณุพงษ์ รอต้อนรับ และมอบเงิน 2 หมื่นบาทให้พร้อมกุญแจห้องพัก ซึ่งพบว่าแตงโมเป็นทีมงานของนายชีวะภาพ ขณะที่ 25 มิ.ย. ไปพักที่โรงแรมปาณิ บูติก รีสอร์ท จ.ปทุมธานี โดยแตงโมเป็นผู้ดำเนินการทุกอย่าง จากนั้น 26 มิ.ย. หลังเสร็จสิ้นการเลือก สว. ได้ค่าตอบแทนคนละ 30,000 บาท บางคนได้เป็นเงินสด บางคนได้รับโอนผ่านบัญชี ฟอร์เรส แอนด์ แลนด์ ซึ่ง แตงโม หรือ น.ส.รุ่งรัฏฏิกาล โพธิ์ไกร เป็นหุ้นส่วนบริษัทดังกล่าว และยังเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่นายชีวะภาพเป็นประธานคณะกรรมาธิการ แต่แตงโมกลับปฏิเสธว่า ไม่สนิทกับนายชีวะภาพ ซึ่งนายชีวะภาพก็บอกว่าเป็นเพียงคนรู้จักกันเท่านั้น แต่ภายหลังพบหลักฐานเป็นวิดีโอที่ลงในโซเชียล ว่าทั้ง 2 คนมีความเกี่ยวข้องกัน

นอกจากนั้น นายชยพล ยังชี้ให้เห็นว่าเหตุผลที่ไปพักที่วังยาวรีสอร์ท เพราะเป็นของตระกูลกิตติธเนศวร โดยนายวุฒิชัย กิตติธเนศวร เป็นผู้สมัคร สส.นครนายก พรรคภูมิใจไทย และยังพบว่า นายโชคชัย กิตติธเนศวร น้องชายนายวุฒิชัย เป็น สว. ชี้ให้เห็นว่า เป็นเครือข่ายเดียวกัน และที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทย จะไปทำกิจกรรมที่โรงแรมนี้เป็นประจำ ทั้งนายกรัฐมนตรี และนายโสภณ ซารัมย์ ก็เคยไปโรงแรมนี้ อีกทั้งนายโชคชัย ยังเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม และเป็นรุ่นน้องมหาวิทยาลัยเดียวกันของนายชีวะภาพ

พร้อมกันนี้ในเวทีดังกล่าว ยังมีการเปิดเผยข้อมูลการทำงานในการค้นหาหลักฐานพยานต่างๆ เป็นรายจังหวัด ว่ามีความเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย เช่น อำนาจเจริญ อ่างทอง อุทัยธานี ภายหลังถูกเปิดเผยปิดบัญชีโซเชียลมีเดีย ดังนั้น จึงขอฝากประชาชนช่วยกันอัพสกิลนักสืบโซเชียล หาความเชื่อมโยงขบวนการฮั้ว สว. กับผู้เกี่ยวข้องรวมถึงพรรคการเมือง.