วานนี้ (27 ส.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มหาวิทยาลัยอิสลามนานาชาติมาเลเซีย (IIUM) ยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ได้สั่งปลด โซเลฮะห์ ยาคุบ อาจารย์ผู้สอนภาษาอาหรับ ออกจากตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา หลังจากเธอเคยเป็นกระแสไวรัลจากการเผยแพร่ทฤษฎีประวัติศาสตร์เทียมแบบสุดโต่งหลายประเด็น รวมถึงการอ้างว่าชาวมลายูโบราณเป็นผู้สอน “วิชาตัวเบา” ให้ชาวจีน

โฆษกของมหาวิทยาลัยระบุว่า “เธอไม่ได้มีสถานะเป็นศาสตราจารย์อีกต่อไป และไม่มีสิทธิ์อ้างความเกี่ยวข้องใดๆ กับทางมหาวิทยาลัย” อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยไม่ได้ระบุเหตุผลการไล่ออกอย่างเป็นทางการ พร้อมเสริมว่า อดีตอาจารย์หญิงผู้นี้ “ห้ามนำคำนำหน้าชื่อหรือตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับ IIUM ไปใช้ในสื่อประชาสัมพันธ์ รายงานข่าว สิ่งพิมพ์ โฆษณา คอนเทนต์โซเชียลมีเดีย หรือสื่อเผยแพร่อื่นๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อม”

ยาคุบ กลายเป็นกระแสฮือฮาบนโลกออนไลน์เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว หลังมีคลิปการบรรยายของเธอจากปี 2565 กลับมาเผยแพร่ใหม่ ซึ่งในคลิปเธอได้อ้างว่า ชาวมลายูโบราณเป็นผู้สอนวิธีต่อเรือให้แก่ชาวโรมัน

เธอยืนหยัดในคำกล่าวอ้างของตนเอง จนกลายเป็นเป้าโจมตีและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก เมื่อทฤษฎีหลุดโลกอื่นๆ ของเธอเริ่มถูกขุดคุ้ยเพิ่มเติม เช่น การอ้างว่าสายแร่เหล็กบนโลกเป็นผลมาจากอุกกาบาตพุ่งชนโลก

ด้าน ยาคุบ ซึ่งกำลังโกรธจัด ก็ประกาศว่าจะฟ้องร้องต่อศาลเพื่อคัดค้านการไล่ออกครั้งนี้ โดยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟรีมาเลเซีย ทูเดย์ว่า “ฉันถูกไล่ออกภายใน 24 ชั่วโมง โดยไม่มีโอกาสได้อุทธรณ์เลย” นอกจากนี้เธอยังเผยว่า ได้ปฏิเสธข้อเสนอเงินชดเชยจากมหาวิทยาลัยซึ่งมีมูลค่าเท่ากับเงินเดือน 6 เดือนไปแล้ว

การสั่งปลด ยาคุบ เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากเธอได้รับรางวัลการประเมินงานวิจัยมาเลเซีย (MyRA) จากทางมหาวิทยาลัย และเป็นการปลดจากตำแหน่งศาสตราจารย์หลังจากผ่านไปเพียง 5 เดือน นับตั้งแต่ IIUM ต้องออกมาชี้แจงกรณีข้ออ้างเรื่องการสอนวิธีต่อเรือของชาวโรมันที่เธอเคยพูดไว้ โดยมหาวิทยาลัยเคยแถลงไว้ (โดยไม่ระบุชื่ออาจารย์) ว่า “IIUM ยึดมั่นในเสรีภาพทางวิชาการ แต่เสรีภาพนั้นต้องถูกใช้อย่างมีความรับผิดชอบและอยู่บนพื้นฐานความถูกต้องทางวิชาการ”

ยาคุบ เผชิญกับกระแสวิจารณ์อย่างหนักหลังจากกล่าวอ้างหลายเรื่องโดยไร้พยานหลักฐาน โดยหนึ่งในทฤษฎีสุดโต่งที่เธอพูดในรายการพอดแคสต์ขององค์กรภาคเอกชนแห่งหนึ่ง คือการอ้างว่าชาวมลายูโบราณมีอิทธิฤทธิ์เหนือธรรมชาติและเป็นผู้สอน “วิชาตัวเบา” ให้ชาวจีน ขณะที่ทฤษฎีเรื่องชาวมลายูสอนต่อเรือให้ชาวโรมัน ก็ถูกบรรดานักประวัติศาสตร์หักล้างอย่างสิ้นเชิง แม้เธอจะพยายามอ้างว่าชาวมลายูมีความรู้ด้านการเดินเรือที่เหนือกว่าชาวยุโรปก็ตาม

เจมส์ ชิน นักวิเคราะห์การเมืองและศาสตราจารย์ ระบุว่า ทฤษฎีของเธอเป็น “วิทยาศาสตร์เทียมล้วนๆ” พร้อมเตือนว่าผู้ที่พยายามโต้แย้งความคิดของเธอมักถูกยัดเยียดข้อหาว่าเป็น “พวกต่อต้านมลายู ต่อต้านอิสลาม หรือเป็นเครื่องมือของการลบล้างยุคล่าอาณานิคม”

ด้านหนังสือพิมพ์สเตรทไทม์ส ก็รายงานคำพูดของ วัน รามลี วัน ดาวูด นักประวัติศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งระบุว่าไม่มีหลักฐานใดๆ มาสนับสนุนข้ออ้างของ ยาคุบ และความคล้ายคลึงกันของเทคโนโลยีการต่อเรือระหว่างอารยธรรมต่างๆ นั้นเป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น

แม้จะโดนกระแสโจมตีอย่างหนัก แต่อาจารย์หญิงผู้นี้ยังคงปกป้องคำพูดตัวเอง โดยโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “สมมติฐานของฉันอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลภาษาอาหรับโบราณ ซึ่งเสนอว่าชาวโรมันได้รับศาสตร์การต่อเรือบางส่วนมาจากผู้คนในหมู่เกาะมลายู” รวมถึงยังคงยืนยันเรื่องสายแร่เหล็กมาจากอุกกาบาต

นอกจากนี้ ชาวเน็ตยัง “ขุด” พบอีกว่า ในบทความวารสารวิชาการปี 2561 ของเธอ มีการนำข้อมูลจากเว็บไซต์ “ดิ ออเนียน” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่โด่งดังจากการนำเสนอข่าวปลอมโดยมีจุดประสงค์เพื่อเสียดสีสังคมและสร้างความบันเทิง มาใช้อ้างอิงด้วย โดยบทความดังกล่าวได้ถูกแก้ไขและลบการอ้างอิงนั้นออกไปในภายหลัง

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : Facebook / @profsolehah