นายศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการคณะกรรมการ  กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า กบข. เตรียมพร้อมจ่ายเงินกองทุนให้สมาชิกที่เกษียณอายุราชการในปี 2569 รวมกว่า 24,950 ล้านบาท พร้อมเปิดสถิติสมาชิกเลือกใช้บริการ “ออมต่อ” เกือบ 9% ชี้ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินระยะยาว และลดความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

ไฮไลต์สำคัญ สถิติเงินเกษียณ กบข. ปี 2569

  • ยอดเงินรวม: เตรียมสำรองไว้จ่ายทั้งสิ้น 24,950 ล้านบาท
  • จำนวนผู้เกษียณ: มีสมาชิกเกษียณอายุราชการวันที่ 30 กันยายน 2569 จำนวน 16,233 ราย (จากสมาชิกทั้งหมด 1.29 ล้านราย)
  • ยอดเงินเฉลี่ย: สมาชิกได้รับเงินเฉลี่ย 1.53 ล้านบาทต่อราย
  • ยอดเงินสูงสุด: มีสมาชิกได้รับเงินสูงสุดถึง 7.86 ล้านบาท (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการเป็นสมาชิก, อัตราเงินเดือน, การออมเพิ่ม, และแผนการลงทุน)

เทรนด์ “ออมต่อ” พุ่งสะท้อนความเชื่อมั่น

เปิดเผยว่า มีสมาชิกที่แจ้งความประสงค์เลือกใช้บริการ “ออมต่อ” ให้ กบข. บริหารเงินต่อคิดเป็นสัดส่วนราว 9% ซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกปี สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการบริหารเงินลงทุนของ กบข. โดยข้อดีของการออมต่อหลังเกษียณ:

  1. เพิ่มความปลอดภัย: ลดความเสี่ยงจากการเก็บเงินก้อนใหญ่ไว้ในบัญชี ซึ่งอาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ
  2. สร้างโอกาสเติบโต: บริหารเงินเกษียณอย่างเป็นระบบ และสามารถปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนได้ 12 ครั้งต่อปี (เทียบเท่าสมาชิกปัจจุบัน)

เปิด 4 ทางเลือกบริการ “ออมต่อ”

สมาชิกที่เกษียณสามารถเลือกรูปแบบการบริหารเงินได้ตามความต้องการ 4 รูปแบบ:

  1. ออมต่อทั้งจำนวน
  2. ทยอยรับเงินเป็นงวด (เช่น รายเดือน, ราย 3 เดือน, ราย 6 เดือน หรือรายปี)
  3. รับเงินบางส่วน แล้วให้ กบข. บริหารส่วนที่เหลือต่อ
  4. รับเงินบางส่วน และส่วนที่เหลือทยอยรับเป็นงวด

(หมายเหตุ: ผู้ออมต่อสามารถขอเปลี่ยนแปลงรูปแบบการออมได้ปีละ 2 ครั้ง)

ช่องทางการแจ้งความประสงค์

สมาชิกที่สนใจใช้บริการออมต่อ สามารถยื่นเรื่องผ่าน 2 ช่องทางหลัก:

  1. ระบบ Digital Pension (ระบบบำเหน็จบำนาญและสวัสดิการรักษาพยาบาล ของกรมบัญชีกลาง)
  2. หน่วยงานต้นสังกัด (กรอกแบบฟอร์ม กบข. รง 008/1/2555)

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม:  Facebook: กบข. | LINE: @gpfcommunity | ศูนย์บริการข้อมูลสมาชิก โทร. 1179