การผิดนัดชำระหนี้หรือการ “เบี้ยวหนี้” ไม่ใช่เพียงแค่การดึงเวลาหรือหยุดจ่ายเงินชั่วคราว แต่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อโครงสร้างชีวิตทางการเงินในระยะยาว ข้อมูลเตือนภัยจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) ระบุชัดเจนว่า การตัดสินใจเบี้ยวหนี้สร้างผลเสียมากกว่าที่คิด และอาจทำให้คุณสูญเสียโอกาสสำคัญในชีวิตอย่างคาดไม่ถึง

[ สรุปทันที เบี้ยวหนี้ส่งผลอย่างไรบ้าง? ]

หากหยุดจ่ายหนี้โดยไม่แจ้งสถาบันทางการเงิน คุณจะเผชิญผลกระทบสำคัญ 3 ประการหลัก ได้แก่

1.ภาระหนี้เพิ่มขึ้นทันที จากดอกเบี้ยผิดนัดชำระและค่าธรรมเนียมการทวงถามหนี้

2.เสียประวัติทางการเงิน ข้อมูลติดในระบบเครดิตบูโร ทำให้ขอสินเชื่อ ซื้อบ้าน หรือทำบัตรเครดิตในอนาคตไม่ได้

3.เสี่ยงถูกฟ้องร้องดำเนินคดี อาจโดนอายัดเงินเดือน หรือยึดทรัพย์สินเพื่อนำมาชำระหนี้

[ เจาะลึก 3 ผลกระทบจากการ “เบี้ยวหนี้” ที่คุณต้องจ่ายราคาแพง ]

1.โดนเบี้ยปรับ ดอกเบี้ยผิดนัด และการทวงถามหนี้

เมื่อพ้นกำหนดชำระ สถาบันการเงินจะเริ่มคิด ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ (Default Rate) ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยปกติทันที นอกจากนี้ยังมียอดเงินเพิ่มจาก ค่าธรรมเนียมในการติดตามทวงถามหนี้ ส่งผลให้ยอดหนี้เดิมที่ต้องจ่าย ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแบบสโนว์บอล

2.เสียประวัติทางการเงิน (เครดิตบูโร) ตัดโอกาสสินเชื่อในอนาคต

ประวัติการชำระเงินของคุณจะถูกบันทึกไว้ในระบบของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (เครดิตบูโร) เมื่อมีประวัติค้างชำระหรือเบี้ยวหนี้

  • คะแนนเครดิต (Credit Score) จะลดลงทันที
  • ธนาคารทุกแห่งจะประเมินว่าคุณมีความเสี่ยงสูง
  • หมดโอกาสในการกู้ยืมเงินเพื่อซื้อบ้าน ซื้อรถ ทำธุรกิจ หรือแม้แต่การทำบัตรเครดิตใหม่ในระยะยาว

3.อาจถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดีตามกฎหมาย และบังคับคดี

หากปล่อยให้หนี้ค้างชำระนานเกินกำหนด เจ้าหนี้มีสิทธิ์ดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งขั้นตอนจะนำไปสู่ผลเสียดังนี้

  • การขึ้นศาล เพื่อรับฟังคำตัดสินหรือทำสัญญาไกล่เกลี่ย
  • การบังคับคดี หากยังไม่ชำระตามคำสั่งศาล เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในการอายัดเงินเดือน (ตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด) หรือยึดทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ เพื่อนำไปทอดตลาดชำระหนี้

[ หมุนเงินไม่ทัน ทำอย่างไรดีก่อนคิดจะเบี้ยวหนี้? ]

แบงก์ชาติ เน้นย้ำว่า “มีปัญหาให้รีบเจรจา อย่าเพิ่งสิ้นคิดเบี้ยวหนี้” หากเริ่มเห็นสัญญาณว่าหมุนเงินไม่ทัน ให้ใช้ทางออกทางการเงินต่อไปนี้

  • ติดต่อสถาบันการเงินเจ้าหนี้ทันที: แจ้งปัญหาล่วงหน้าเพื่อขอ ปรับโครงสร้างหนี้ (Debt Restructuring) เช่น ขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย หรือขอพักชำระต้น
  • ใช้บริการคลินิกแก้หนี้: สำหรับผู้ที่มีหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคลจากหลายแห่ง สามารถเข้าร่วมโครงการ “คลินิกแก้หนี้โดย SAM” เพื่อรวมหนี้และผ่อนชำระตามความสามารถ
  • ปรึกษาช่องทางช่วยเหลือของแบงก์ชาติ: ติดต่อศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน โทร. 1213 เพื่อขอคำแนะนำในการแก้ปัญหาหนี้อย่างถูกต้อง