วันที่ 6 ส.ค. เงินบาทแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 33.05 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนจะกลับมาปรับตัวที่ระดับ 33.07-33.09 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้าวันนี้ (08.40 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 33.21บาทต่อดอลลาร์
น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า ค่าเงินบาทเช้านี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นเข้าใกล้แนว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ สอดคล้องกับราคาทองคำในตลาดโลกที่ขยับเข้าใกล้แนว 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความหวังต่อผลการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซระหว่างสหรัฐและอิหร่าน
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังมีแรงกดดันจากการปรับลดลงต่อเนื่องของบอนด์ยีลด์ระยะสั้น [Yield อายุ 2 ปี -2 bps. มาอยู่ที่ 4.18%] หลังตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ก.ค. ของสหรัฐ อาทิ การจ้างงานภาคเอกชนรายงานโดย ADP และดัชนี ISM ภาคบริการที่เพิ่มน้อยกว่าคาด ซึ่งหนุนมุมมองของตลาดที่ประเมินว่า เฟดน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งในปีนี้ แต่จะไม่ใช่ในรอบการประชุมใกล้ ๆ นี้
อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพราะน่าจะมีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลกในระหว่างวัน (หลังจากที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวขึ้นมาแล้วตลอด 3 วันทำการที่ผ่านมา รับสัญญาณด้านบวกจากตะวันออกกลาง)
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 33.00-33.15 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ทิศทางเงินเยน ประเด็นในตะวันออกกลาง รวมถึงตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ



