นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดโอกาสให้คณะยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช) ส่งทีมยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ โรงเรียนสารสาสน์สุขสวัสดิ์ เข้าพบเพื่อสัมภาษณ์ ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้แทนเด็กๆ ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ 10 คน ทำหน้าที่ผู้สื่อข่าวเยาวชนเพื่อสอบถามประเด็นแนวคิด นโยบายในการต่อต้านทุจริตของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และได้รับฟังคำสอนแนวคิดดีดีจากรองนายกรัฐมนตรีและร่วมรณรงค์ต่อต้านทุจริตในระดับนโยบาย
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า “วันนี้ดีใจมากๆ ที่ได้เห็นเด็กๆ ลุกขึ้นมาแสดงบทบาทการเป็นยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ มาช่วยเป็นกระบอกเสียงในเรื่องดีดี เรื่องที่มีความสำคัญต่อประเทศชาติของเราเป็นอย่างมาก ทั้งในปัจจุบันและอนาคตที่เด็กๆ จะต้องเติบโตมาในประเทศที่ไร้การทุจริต การต่อต้านทุจริตเริ่มจากเด็กเยาวชนถือว่ามาถูกทางแล้ว เพราะเด็กๆ เมื่อเติบโตมา ก็จะเป็นพลเมืองที่สำคัญในการช่วยกันพัฒนาสร้างประเทศชาติของเรา ถ้าเด็กๆ ได้รับการปลูกฝังเรื่องการต่อต้านทุจริต ในอนาคตประเทศของเราก็จะไม่มีทุจริตเพราะคนรุ่นใหม่ๆ จะรู้ถึงโทษ และช่วยกันปฏิเสธการทุจริตทุกรูปแบบ แต่ที่สำคัญที่สุดที่จะสร้างเยาวชนได้ดีที่สุด คือ สถาบันครอบครัว หากพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ทุกคนในครอบครัว ช่วยกันปลูกฝั่งคุณธรรม ความซื่อสัตย์ ให้กับเด็กๆ ลูกหลานในครอบครัว ก็จะพลังสำคัญที่จะช่วยกันสร้างเด็กๆ ให้มีจิตใจคิดเรื่องซื่อสัตย์เป็นเรื่องสำคัญ พ่อแม่ จึงมีส่วนช่วยอย่างมากในการที่จะทำให้ประเทศของเราในอนาคตเป็นประเทศที่ไร้ซึ่งการทุจริตนั่นเอง”

โดยเทปการสัมภาษณ์ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเผยแพร่ผ่านสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และสื่อโซเซียลหลากหลายช่องทาง
โครงการยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ภายใต้การสนับสนุนจาก กองทุนการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (กองทุน ป.ป.ช) เปิดตัว 500 ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ จาก 10 สถานศึกษาต้นแบบ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนตระหนักรู้ถึงโทษภัยและผลกระทบของการทุจริตคอรัปชัน พร้อมพัฒนาศักยภาพด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อสร้างสรรค์ เพื่อเป็นกระบอกเสียงในการปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตในสังคม เพื่อสร้างยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ ผ่านกระบวนการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการ (Workshop) ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้ทั้งด้านเนื้อหาเกี่ยวกับการป้องกันและต่อต้านการทุจริต ควบคู่กับการฝึกทักษะด้านการสื่อสารและการผลิตสื่อในรูปแบบที่ทันสมัย สื่อสารเข้าใจง่ายเพื่อเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินโครงการ เยาวชนจะได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ นักสื่อสาร และครีเอเตอร์ อินฟูเอนเซอร์ ที่ประสบความสำเร็จในสายงานของตน เพื่อเสริมสร้างทั้งความรู้ด้านการต่อต้านการทุจริตและทักษะการสื่อสารสมัยใหม่ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ร่วมแบ่งปันประสบการณ์และเทคนิคการสร้างสรรค์คอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล โดนรวบรวมวิทยากรระดับมืออาชีพมาให้ความรู้กับเด็กๆ ในโครงการ

นอกจากการเรียนรู้ในห้องอบรมแล้ว ผู้เข้าร่วมโครงการยังได้ลงมือปฏิบัติจริงในทุกขั้นตอนของการผลิตสื่อ ตั้งแต่การคิดประเด็น การวางแผนเนื้อหา การสัมภาษณ์ การเป็นพิธีกร การถ่ายทำ และการนำเสนอ โดยมีทีมวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เปรียบเสมือนการทำงานจริงในสายวิชาชีพสื่อสารมวลชนและสื่อดิจิทัล ภายหลังการอบรม ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ จะร่วมกันผลิตผลงานสื่อรณรงค์ต่อต้านการทุจริต โดยเตรียมลงพื้นที่สัมภาษณ์บุคคลสำคัญและบุคคลต้นแบบจากหลากหลายสาขา เพื่อนำข้อมูลและมุมมองที่ได้รับมาสร้างสรรค์เป็นคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและสร้างแรงบันดาลใจแก่สังคมต่อไป ผลงานการผลิตสื่อของยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ จะเผยแพร่ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5 และสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ ได้มีโอกาสสื่อสารแนวคิดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตจากเด็กสู่เด็ก ผู้ปกครอง และไปสู่สาธารณชนในวงกว้าง พร้อมสร้างการรับรู้และปลูกฝังค่านิยมการไม่ยอมรับการทุจริตให้แก่สังคมไทย

นอกจากนี้ โครงการยุวทูตต้านทุจริตต้นแบบ กองทุน ป.ป.ช.ยังได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของเด็กเยาวชน ในฐานะ “ยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสาร แต่สามารถเป็นผู้ผลิตสื่อและผู้ส่งต่อแนวคิดเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตสู่สังคมได้ ผ่านการใช้ความคิดสร้างสรรค์และความเข้าใจพฤติกรรมของคนรุ่นเดียวกัน เพื่อพัฒนาคอนเทนต์ที่เข้าถึงง่าย น่าสนใจ และสามารถกระตุ้นให้เกิดการตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาการทุจริตในชีวิตประจำวัน ความสำเร็จของโครงการจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้ความรู้แก่ผู้เข้าร่วม แต่คือการสร้าง
“ยุวฑูตต้านทุจริตต้นแบบ” ที่สามารถใช้ทักษะการสื่อสารและพลังของสื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนสังคม สร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อแนวคิดความซื่อสัตย์สุจริตสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน



