สมาคมผู้สื่อข่าวไทย-จีน โดยสถาบันสื่อและบริหารธุรกิจไทย-จีน นำผู้เข้าอบรมหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน (บทจ.) รุ่นที่ 3 ศึกษาเรียนรู้บทบาทของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ในฐานะพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ดึงดูดการลงทุน และยกระดับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต พร้อมรับฟังวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาพื้นที่จากผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุม Conference 1-2 ชั้น 25 สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.สืบพงศ์ ปราบใหญ่ ประธานหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน กล่าวแนะนำภาพรวมของหลักสูตร พร้อมขอบคุณ สกพอ.ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้เข้าศึกษาเรียนรู้บทบาท ภารกิจ และแนวทางการขับเคลื่อน EEC จากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญของหน่วยงานโดยตรง ซึ่งจะช่วยเปิดมุมมองต่อทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศไทย

สำหรับหลักสูตรผู้บริหารธุรกิจไทย-จีน (บทจ.) รุ่นที่ 3 มีผู้เข้าร่วมอบรมจากหลากหลายภาคส่วน ทั้งภาคธุรกิจ สื่อมวลชน หน่วยงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ ซึ่งต่างมีบทบาทในการส่งเสริมและขับเคลื่อนความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยหลักสูตรจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของศูนย์เอเชียแอฟริกา China Media Group (CMG) และหอการค้าไทย-จีน พร้อมได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย
ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนา EEC ว่า EEC เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมุ่งบูรณาการการลงทุนกับการพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกและกำลังคนคุณภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้าน นายนุสติ คณีกุล ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์การส่งเสริมและชักชวนการลงทุน บรรยายหัวข้อ “ภาพรวมการดำเนินงานของ สกพอ. และภาพรวมอุตสาหกรรมเป้าหมายของ สกพอ.” กล่าวว่า EEC ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา โดยมีการส่งเสริมและชักจูงการลงทุนผ่านสิทธิประโยชน์และมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุนจากทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ได้แก่ อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรม BCG และภาคบริการ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและรองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ขณะที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานซึ่งเป็นฐานสำคัญของการลงทุน ดร.ชลจิต วรวังโส วีรกุล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กล่าวถึง “โครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC” โดยนำเสนอความคืบหน้าของโครงการสำคัญ อาทิ รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 และสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบคมนาคมและโลจิสติกส์ ตลอดจนเชื่อมโยงพื้นที่ EEC และประเทศไทยเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก
นอกจากการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐานแล้ว EEC ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเมืองเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดย นางสาวธารวิมล สิริเรืองอำไพ รองผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ EECiti กล่าวว่า การพัฒนา “ศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองใหม่น่าอยู่อัจฉริยะ (Smart City)” มีเป้าหมายเพื่อรองรับการขยายตัวของภาคธุรกิจและการลงทุน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และวางรากฐานการพัฒนาเมืองให้สอดรับกับการเติบโตของพื้นที่ EEC ในระยะยาว

ขณะที่ นายรังสรรค์ ธาดามงคลกุล รองผู้อำนวยการสำนักพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ บรรยายหัวข้อ “การพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ” ว่า การพัฒนาเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเป็นอีกกลไกสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของพื้นที่ ผ่านการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุน และเปิดโอกาสให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมเป้าหมายและการลงทุนในอนาคต
ส่วน ดร.ดารินันท์ นันทวงศ์ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพื้นที่และชุมชน กล่าวถึง “การพัฒนาพื้นที่และชุมชน”ว่า การพัฒนาพื้นที่ EEC ต้องดำเนินไปพร้อมกันทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและการพัฒนาชุมชน เพื่อให้ผลจากการเติบโตทางเศรษฐกิจสามารถกระจายสู่พื้นที่และประชาชนได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
ตลอดการศึกษาดูงาน ผู้เข้าอบรมได้รับองค์ความรู้ครอบคลุมตั้งแต่นโยบายการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน เมืองอัจฉริยะ อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไปจนถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ พร้อมร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและซักถามกับคณะผู้บริหารและวิทยากรของ สกพอ. เพื่อเปิดมุมมองต่อทิศทางการพัฒนา EEC และต่อยอดโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทยและจีนในอนาคต



