กรณี นายเดชา การปั้น บิดา พร้อมครอบครัวของ นายธนกร หรือ น้อง อายุ 16 ปี เยาวชนผู้พิการขา เดินไม่สมบูรณ์และวิ่งไม่ได้ ได้เดินทางเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อขอความเป็นธรรมและขอให้ช่วยเร่งรัดคดี หลังลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นเกือบ 10 คน ใช้อาวุธมีดแทง-ฟัน และรุมเตะเข้าที่ศีรษะอย่างทารุณจนบาดเจ็บสาหัส เลือดคั่งในสมอง ต้องผ่าตัดด่วนและนอนรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เหตุเกิดบริเวณสวนสาธารณะรักษ์สมเด็จ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 โดยครอบครัวระบุว่าคดีไม่มีความคืบหน้า และพนักงานสอบสวนอ้างว่ายังไม่มีเวลาว่างไปรับเอกสารผลการตรวจรักษาจากโรงพยาบาล จนทำให้กลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเยาวชนและมีประวัติก่อเหตุซ้ำซากยังคงลอยนวล ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

พ่อบุกศูนย์ดำรงธรรมกาฬสินธุ์ ลูกพิการถูก 10 วัยรุ่นรุมทำร้ายสมองบวม

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 5 ก.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ พบว่ามีกลุ่มผู้เสียหายพร้อมผู้ปกครองเดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมต่อ พ.ต.ท.วิเชียร จงหาญ สว.(สอบสวน) สภ.สมเด็จ เพื่อเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นการกระทำที่อุกอาจและสร้างความสะเทือนขวัญให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก

จากการสอบปากคำ นายนนทกร อายุ 15 ปี หนึ่งในกลุ่มผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุ ตนพร้อมเพื่อนนักเรียนรวม 5 คน เดินออกจากโรงเรียนมานั่งพักผ่อนบริเวณสวนสาธารณะรักษ์สมเด็จ ซึ่งเป็นจุดที่มานั่งเล่นเป็นประจำ กระทั่งมีกลุ่มวัยรุ่นเจ้าถิ่นประมาณ 10 คน ขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาหา แล้วตะโกนถามด้วยน้ำเสียงก้าวร้าวว่า “ใครบิดรถเสียงดัง” จากนั้นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ชักมีดยาวที่ซุกซ่อนไว้ที่เอวโดยมีชายเสื้อปิดบังเอาไว้ ออกมากระหน่ำฟันใส่กลุ่มของตนอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ทุกคนต้องวิ่งหนีตายไปคนละทิศคนละทาง โดยตนถูกฟันเข้าที่แผ่นหลังด้านซ้าย 1 จุด แต่โชคดีที่สวมเสื้อคลุมซ้อนกันสองชั้นจึงไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง และถูกถอดกุญแจรถจักรยานยนต์เพื่อไม่ให้ขี่หนี

นายนนทกร กล่าวต่อว่า ส่วน นายธนกร พิการที่ขาทำให้วิ่งหนีไม่ทัน ถูกกลุ่มวัยรุ่นรุมสกรัมและใช้อาวุธมีดฟันเข้าที่ต้นแขนซ้ายจนเป็นแผลฉกรรจ์ อีกทั้งยังถูกรุมกระทืบซ้ำจนได้รับบาดเจ็บสาหัส นอกจากนี้ รถจักรยานยนต์ของนายธนกรยังถูก นายขุน อายุ 16 ปี หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ ใช้มีดฟันจนหน้าปัด หน้ากาก ไฟหน้า และไฟท้ายแตกพังเสียหายยับเยิน โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยอโศกสมเด็จ ได้เข้าประสานช่วยเหลือปฐมพยาบาล นำตัวตนส่งโรงพยาบาลสมเด็จ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้หลังนอนพักรักษาตัว 1 วัน ส่วน นายธนกร อาการสาหัส มีอาการกะโหลกร้าวและเลือดคั่งในสมอง จึงถูกส่งตัวไปผ่าตัดสมองด่วน และยังคงต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดในห้อง ICU โรงพยาบาลกาฬสินธุ์

ขณะที่ พ.ต.ท.วิเชียร จงหาญ สว.(สอบสวน) สภ.สมเด็จ กล่าวว่า ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุตั้งแต่วันได้รับแจ้งความ วันนี้ได้เรียกผู้เสียหายมาสอบปากคำรวม 5 ปาก ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอเอกสารยืนยันผลการรักษาจากโรงพยาบาล เพื่อนำมาประกอบสำนวนคดี ส่วนกลุ่มผู้ก่อเหตุที่มีประมาณ 10 คนนั้น เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ลงมือหลักแล้ว คือ นายขุน ชาวเทศบาลตำบลสมเด็จ อาศัยอยู่กับยาย พ่อแม่หย่าร้าง และไม่ได้เรียนหนังสือ ซึ่งมีประวัติพฤติกรรมความรุนแรงทั้งเรื่องอาวุธปืนและไล่ทำร้ายผู้อื่นเป็นประจำ ซึ่งหากรวบรวมพยานหลักฐานครบถ้วน จะทำการออกหมายจับ นายขุน พร้อมพวกมาดำเนินคดีทันที

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้ประสานติดต่อ พ.ต.อ.ฐิติภัทร อุณเวทย์วานิช ผกก.สมเด็จ เพื่อสอบถามแนวทางการดำเนินคดีและความคืบหน้าในการติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ ซึ่งทาง ผกก.สภ.สมเด็จ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่รวบรวมพยานหลักฐานอย่างเต็มที่และสุดความสามารถ โดยขณะนี้กระบวนการสอบสวนมีความคืบหน้าไปมาก และเตรียมที่จะขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับ นายขุน พร้อมพวกกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้งหมดภายในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน 2569 นี้ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด สร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่อไป