ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา10.30 น.วันที่ 7 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ที่หอประชุมเอนกประสงค์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ (พื้นที่ในเมือง) นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงาน Job fair @กาฬสินธุ์ มีดีครบ เรียนได้งบ จบได้งาน โดยมีนายยุทธนา บัวจุน รองอธิบดีกรมการจัดหางาน นายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ ส.กาฬสินธุ์ เขต 1 นายชนะวุธ อุทโท สส.กาฬสินธุ์ เขต 6 นางฐพัชร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รองผวจ.กาฬสินธุ์ นายสุเทพ อาภรณ์รัตน์ จัดหางาน จ.กาฬสินธุ์ รศ.ดร.สุพรรณ สุดสนธิ์ อธิการบดี ม.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยส่วนราชการ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ คณะผู้ดำเนินงาน ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า การจัดงาน JOB FAIR @กาฬสินธุ์มีดีครบ เรียนได้งบ จบได้งาน” ประจำปีงบประมาณ 2569 ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากกรมการจัดหางาน มีภารกิจเกี่ยวกับการส่งเสริมการมีงานทำ คุ้มครองคนหางาน ศึกษา วิเคราะห์สภาวะตลาดแรงงาน และเป็นศูนย์กลางข้อมูลตลาดแรงงาน เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงข้อมูลตลาดแรงงานในทุกมิติ ได้มีงานทำที่เหมาะสมกับระดับการศึกษา ความรู้ ความสามารถ ความถนัด และทักษะของตนเอง ตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมและเป็นธรรม ผ่านการให้บริการของ กรมการจัดหางาน ในทุกช่องทาง จึงได้ร่วมกับสำนักงานจัดหางาน จ.กาฬสินธุ์ สส.กาฬสินธุ์ และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดขึ้น

นายจุลพันธ์ กล่าวอีกว่า การจัดงาน “JOB FAIR @กาฬสินธุ์ มีดีครบ เรียนได้งบจบได้งาน” ในครั้งนี้ นับเป็นช่องทางหนึ่งในการให้บริการจัดหางาน มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้คนหางานและนายจ้าง สถานประกอบการได้พบ และพิจารณาคัดเลือกเข้าทำงานกับสถานประกอบการโดยตรง อีกทั้งเป็นการเปิดโลกทัศน์และจุดประกายความคิดทางการประกอบอาชีพ เพื่อใช้วางแผน หรือเป็นแนวทางในการเลือกศึกษาต่อ หรือเลือกประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม พร้อมทั้งได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติอาชีพอิสระ ที่ตนเองสนใจ และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดในการประกอบอาชีพต่อไป
ด้านนายยุทธนา บัวจุน รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การรับสมัครงานพร้อมสัมภาษณ์งานจากนายจ้าง สถานประกอบการจำนวน 23 แห่ง มีตำแหน่งงานว่างรองรับ จำนวนกว่า 1,500 ตำแหน่ง, การทดลองฝึกปฏิบัติการประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 14 อาชีพ, การจัดนิทรรศการโลกอาชีพ “อาชีพยุคใหม่ อาชีพที่น่าสนใจ”, การแบ่งปันประสบการณ์ ในหัวข้อ “ทักษะตลาดแรงงานที่จะอยู่รอดยุค AI, การแนะนำแหล่งเงินทุน คือกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.), การจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดลดค่าครองชีพ
นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของกลุ่มรับงานไปทำที่บ้านและกลุ่มสินค้า OTOP ของจ.กาฬสินธุ์, การให้บริการจัดหางานเคลื่อนที่รถบริการจัดหางานเคลื่อนที่ (Mobile Unit), การจัดกิจกรรมจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงาน และมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่สถานประกอบการ สถานศึกษาและกลุ่มรับงานไปทำที่บ้าน
อย่างไรก็ตามการจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากภาคีเครือข่าย ใน จ.กาฬสินธุ์ และจังหวัดใกล้เคียง ทั้งในส่วนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการ นักเรียน นักศึกษาเป็นอย่างดียิ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักตลอดวัน
นอกจากนี้เวลา 13.00 น.นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.กระทรวงแรงงาน พร้อมคณะได้เดินไปเป็นประธาน เปิดโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายและสร้างเสริมสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ที่ลานวัฒนธรรมต้นยางใหญ่ บ้านกลางหมื่น หมู่ที่ 1 ต.กลางหมื่น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์
โดยมีนายสุวรรธณ์ เข็มธนเพ็ชร ผวจ.กาฬสินธุ์ นายวิรัช พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ เขต1 นายชนะวุธ อุทโท สส.กาฬสินธุ์ เขต 6 นางฐพัขร์รดา ธนินท์จิรานนท์ รองผวจ.กาฬสินธุ์ นายกฤษฎา โพธิ์ชัย นายอำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นางสุนิตย์ รุทเทวิน นายกเทศมนตรีตำบลกลางหมื่น พร้อมผู้นำชุมชน ประชาชน เยาวชน กลุ่มสตรีแม่บ้านต้อนรับ โดยสวมใส่ชุดพื้นเมืองจัดริ้วขบวนฟ้อนรำ และตกแต่งสถานที่ต้อนรับผ้าพื้นเมือง ที่ตัดเย็บด้วยฝีมืออย่างสวยงาม บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น
โดยโครงการส่งเสริมการออกกำลังกาย และสร้างเสริมสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมพื้นบ้านในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาพด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมพื้นบ้าน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ให้มีทักษะในการปรับเปลี่ยนการดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัว ให้มีพฤติกรรมการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
รวมทั้งให้ประชาชนสามารถนำศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการออกกำลังกาย และให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมพฤติกรรมที่ดีของคนในชุมชน ตลอดจนส่งเสริม และอนุรักษ์ศิลปะพื้นบ้าน ผ่านการแสดงวัฒนธรรมท้องถิ่นของคนชุมชนให้เกิดความยั่งยืน



