เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 9 ส.ค. ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ให้สัมภาษณ์เรื่องหลักฐานการโยงเส้นเงินถึงเจ้าหน้าที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เรื่องนี้มี 2 ประเด็น ประเด็นแรกตนพบว่ามีบุคคลที่ทำหน้าที่สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) อำนาจเจริญ มีการโอนเงินให้กับพนักงานสอบสวนของ กกต. จำนวน 860,000 บาท ซึ่ง กกต. ควรชี้แจงทันทีว่าสอบสวนแล้ว และข้อเท็จจริงการโอนเงินดังกล่าวเพื่อวัตถุประสงค์อะไร เกี่ยวกับการเลือก สว. หรือไม่ เพราะพบหลักฐานการโอนเงินช่วงเดือน เม.ย.-ก.ค. ซึ่งเป็นช่วงการเลือก สว. พอดี แต่ไม่พบการโอนเงินในช่วง ส.ค.-ธ.ค. 67 เลย
นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ประเด็นที่สอง ตนอยากให้มองหลักฐานแต่ละชิ้นว่าเป็นจิ๊กซอว์หลายส่วนนำมาประกอบกัน เส้นทางการเงินยอดเงิน 860,000 บาท อาจไม่ใช่ผู้สมัคร สว. เป็นผู้โอน แต่เมื่อประกอบกับหลักฐานอื่น ใบสั่ง และเส้นทางการเงินในจังหวัดอื่น เชื่อได้ว่ากระบวนการโกง สว. มีอยู่จริง ส่วนใครจะผิดหรือไม่เป็นเรื่องของศาล ซึ่ง กกต. หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดต้องส่งเรื่องไปยังศาล ซึ่งยังไม่ได้ฟันธงว่าใครคนใดคนหนึ่งผิด แต่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า กกต. มีหน้าที่ส่งเรื่องไปศาล
ส่วนบทบาทหน้าที่ของนายสุรชัย เจ้าหน้าที่ กกต. ที่พบว่ารับเงินนั้น จากเอกสาร กกต. ปี 67 ปรากฏชื่อเป็นพนักงานสอบสวนไต่สวนวินิจฉัยฝ่าย 7 ตนมีข้อสงสัยว่ามีอำนาจแค่ไหน รับผิดชอบอะไร เป็นหน้าที่ของ กกต. ชี้แจง ส่วนคนที่โอนเงินให้คือ น.ส.ญาณี เป็น ส.อบจ. เขต 5 อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ ตอนสมัครใช้โลโก้กลุ่มภูมิใจไทอำนาจ และปรากฏภาพร่วมกิจกรรมกับนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อยู่หลายครั้ง
เมื่อถามว่า กกต. ออกเอกสารข่าวว่าจะพิจารณาคดีฮั้ว สว. ภายในเดือน ส.ค.นี้ มองว่ากระแสกดดันจากภายนอกมีผลหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตามกรอบกฎหมาย กกต. ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 90 วัน การที่ให้คำมั่นว่าจะเสร็จในเดือน ส.ค. ถือว่าเป็นไปตามกรอบเวลา 90 วัน ที่จะครบในช่วงต้นเดือน ก.ย.
“สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่จบเมื่อไหร่ แต่จบอย่างไร สิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น กกต. ตัดตอนกระบวนการยุติธรรมให้เรื่องไปไม่ถึงศาล แต่ที่กังวลในตอนนี้คือจะจบอย่างไร ผมเชื่อว่าความสนใจของประชาชนต่อหลักฐานที่ถูกนำเสนออย่างเป็นระบบ จะมีส่วนทำให้ กกต. ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สั่งฟ้องเรื่องที่ศาล” นายพริษฐ์ กล่าว
เมื่อถามว่า หาก กกต. ไม่ตอบฝ่ายค้านว่าจะดำเนินการอย่างไร เกี่ยวกับนายสุรชัยที่รับเงิน มีช่องทางเอาผิดได้หรือไม่ ฝ่ายค้านจะใช้ช่องทางไหน นายพริษฐ์ ถามกลับสื่อมวลชนว่า ให้เวลากี่วันดี ตนให้โอกาส กกต. 1-2 วัน ว่าจะชี้แจงหรือไม่ มั่นใจว่า ตนเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ เชื่อว่า กกต. เข้าถึงได้เช่นกัน หากสอบสวนไปแล้วขอให้ชี้แจงว่าเรื่องถึงขั้นไหน หากยังไม่ได้สอบสวน ตนพร้อมนำข้อมูลที่มีไปยื่นต่อ กกต.
เมื่อถามว่า ข้อสรุปสำนวนของ กกต. อาจไม่ได้นำเรื่องเส้นเงินมาเกี่ยวข้องด้วย จะทำให้น้ำหนักของสำนวนเบาหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า กกต. มีหน้าที่นำพยานหลักฐานทุกส่วน ทั้งโพยและเส้นเงินไปพิจารณา หากความปรากฏว่าไม่ได้นำไปพิจารณาต้องถามกลับว่า กกต. ละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
เมื่อถามว่า สว. ดำรงตำแหน่งมาถึงครึ่งทางแล้วจะมีโอกาสไปยื่นให้เป็นโมฆะหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ตอนนี้ต้องพิจารณาว่า กกต. จะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ หากส่งตามข้อเรียกร้อง หากคนที่ถูกส่งเรื่องไปยังศาลเป็น สว. จะมีกรอบกฎหมายเรื่องของการหยุดปฏิบัติหน้าที่ สิ่งที่ต้องการคือความเป็นธรรมไม่ได้ถูกเตะถ่วง
เมื่อถามย้ำว่า ข้อกังวลว่าการเลือก สว.สมัยหน้าถ้าไม่ปรับกลไกการเลือก สว. จะเกิดการฮั้วหนักขึ้น นายพริษฐ์ กล่าวว่า ไม่ควรเลือก สว. แบบนี้อีกในประเทศเราหรือประเทศไหนในโลก ซึ่งความเป็นไปได้ไม่ให้เกิดขึ้นคือการเดินหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หากดำเนินการตามประชามติและมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เชื่อว่า จะไม่เห็นการเลือก สว. เช่นนี้อีก เพราะรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะไม่กำหนดกติกา แต่ก็เป็นคนละเรื่องกับการชำระปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 67



