วันที่ 10 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการค้า การท่องเที่ยวและเศรษฐกิจชุมชน ครั้งที่ 1/2569 ในส่วนที่รับผิดชอบด้านการค้าและการบริการ เพื่อวางกรอบการทำงานตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่มุ่งเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ 4 มิติ
นางศุภจี ระบุว่า ในส่วนที่ตนกำกับดูแลถือเป็น “แท่งที่ 2” ของโครงสร้างเศรษฐกิจภาพรวม ซึ่งจะมุ่งเน้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะสั้นควบคู่ไปกับการวางรากฐานโครงสร้างในระยะยาว
การดำเนินงานในครั้งนี้จะไม่เป็นเพียงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนตามรูปแบบเดิม แต่จะมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์เป็นสำคัญ โดยได้จัดกลุ่มการทำงานออกเป็น “4 คณะทำงานหลัก” เพื่อดูแล 5 ภารกิจสำคัญ ได้แก่ การท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เกษตร การค้าปลีก-ส่ง และการค้าระหว่างประเทศ ดังนี้
1.คณะทำงานด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์และ Visitor Economy: นำโดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน มุ่งเน้นการรวมกลุ่มการท่องเที่ยวและสุขภาพ (Wellness) เข้ากับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดทั้งระบบ รวมถึงการเชื่อมโยงประสบการณ์การท่องเที่ยวในเมืองรองและการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มาเยือน
2.คณะทำงานด้านสินค้าเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร: นำโดย ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล เป็นประธาน มุ่งเน้นการผลักดัน “เกษตรมูลค่าสูง” การสร้างความมั่นคงทางอาหารและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงการเชื่อมโยงช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรเข้ากับนิคมอุตสาหกรรมและตลาดอื่นๆ
3.คณะทำงานด้านเศรษฐกิจชุมชน และ SMEs : มี ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล รับหน้าที่ประธานเช่นกัน โดยยกระดับจากโจทย์เดิมที่เน้นเพียงการค้าปลีก-ส่ง มาเป็นการดูแลเศรษฐกิจฐานรากทั้งหมด เนื่องจากเศรษฐกิจชุมชนและ SMEs มีสัดส่วนราว 35% ของรายได้รวมประเทศ คณะทำงานนี้จะมุ่งเน้นการเพิ่มองค์ความรู้ การสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และการยกระดับสินค้าและบริการให้มีมูลค่าเพิ่มเพื่อสู้กับการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน
4.คณะทำงานด้านการค้าระหว่างประเทศ: นำโดยนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็นประธาน เพื่อรับมือกับบริบทโลกใหม่ที่มีประเด็นด้านภูมิศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องกับการค้า โดยจะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลทางการค้าผ่านกรอบ FTA การขยายตลาดใหม่ และการลดการขาดดุลการค้าเพื่อสร้างความสมดุลในทุกมิติ
นางศุภจี ย้ำว่าเป้าหมายสำคัญของการตั้งคณะทำงานชุดนี้คือการสร้าง “Quick Win” หรือผลสำเร็จที่รวดเร็วภายในระยะเวลา 6 เดือนถึง 1 ปี โดยเน้นการทบทวนกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคและการอำนวยความสะดวกเพื่อปลดล็อกปัญหาโดยไม่ต้องรอการแก้ไขกฎหมาย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะสั้น ก่อนจะต่อยอดไปสู่การปรับโครงสร้าง “Big Win” เพื่อเพิ่มศักยภาพในระยะยาว 2-4 ปี
นอกจากนี้ ได้แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์สูงในด้านการค้า การผลิต และการบริการ เข้ามาช่วยวางกรอบการทำงานในรูปแบบ “Cluster” ตามที่ได้แถลงนโยบายไว้ต่อรัฐสภา เพื่อให้การขับเคลื่อนงานมีประสิทธิภาพและสามารถกระจายผลลัพธ์ไปยังภาคส่วนต่างๆ ได้อย่างทั่วถึง
“คณะทำงานทั้ง 4 ชุดจะทำงานประสานเสริมซึ่งกันและกัน โดยจะมีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าเป็นรายสัปดาห์ และจะนำผลสรุปเสนอต่อคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ.ชุดใหญ่ต่อไป เพื่อให้มั่นใจว่าเป้าหมายที่วางไว้จะสามารถสร้าง Impact และเห็นผลสัมฤทธิ์ได้อย่างชัดเจน” นางศุภจี กล่าวทิ้งท้าย



