สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองเยรูซาเลม ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ว่า โฆษกกองทัพอิสราเอลระบุว่า คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับชาวอิสราเอลเท่านั้น และไม่รวมชาวปาเลสไตน์ ซึ่งการเปลี่ยนหมู่บ้านตัยเบห์ให้เป็นเขตทหารแบบปิด เป็นเพราะการโจมตีอย่างรุนแรงบางครั้งโดยชาวอิสราเอลในภูมิภาค

“เมื่อได้รับรายงานเกี่ยวกับการละเมิดคำสั่งใด ๆ ทหารจากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (ไอดีเอฟ) จะถูกส่งไปยังพื้นที่ดังกล่าว และปฏิบัติการสลายการชุมนุมและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย เพื่อปกป้องพลเมืองในพื้นที่และรักษาความสงบเรียบร้อย” กองทัพอิสราเอล ระบุในแถลงการณ์

อนึ่ง ตัยเบห์เป็นหนึ่งในหมู่บ้านชาวคริสต์เพียงไม่กี่แห่งที่เหลืออยู่ในเขตเวสต์แบงก์ อีกทั้งเป็นที่ตั้งของบริษัท ตัยเบห์ บรูอิง ซึ่งได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นโรงเบียร์ขนาดเล็กที่เก่าแก่ที่สุดในตะวันออกกลาง

เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล ขัดขวางชาวปาเลสไตน์ในการดับไฟไหม้ครั้งใหญ่ใกล้กับหมู่บ้านตัยเบห์ ในเขตเวสต์แบงก์ที่อิสราเอลยึดครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงปาเลสไตน์และบาทหลวงท้องถิ่นกล่าวว่า การกระทำข้างต้นเป็นรูปแบบของการคุกคามและความรุนแรงที่ไม่มีเหตุผล ซึ่งบ่อนทำลายสิทธิขั้นพื้นฐานของชาวบ้าน

ขณะที่การสอบสวนของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอังคารที่แล้ว พบว่าทางการอิสราเอลมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการโจมตีของผู้ตั้งถิ่นฐาน ซึ่งทำให้ชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์เสียชีวิต บาดเจ็บ และพลัดถิ่น

อย่างไรก็ตาม คณะผู้แทนอิสราเอลในเมืองเจนีวา ปฏิเสธข้อสรุปของรายงานยูเอ็น โดยระบุว่า ทางการอิสราเอล รวมถึงประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของอิสราเอล ประณามความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS