สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่า กระทรวงการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงด้านน้ำของมาเลเซียเปิดเผยว่า แผนปฏิบัติการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานแห่งชาติ ได้รับการต่ออายุอีก 10 ปี จนถึงปี 2578 และตั้งเป้าลดความต้องการใช้พลังงานลง 11.6%
การดำเนินงานตามแผนจะช่วยประหยัดพลังงานสะสม 815,382 เทราจูล เมื่อเทียบกับกรณีที่ไม่มีการดำเนินมาตรการเพิ่มเติม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าได้ 26.1 ล้านตัน
นายอัคมาล นาซีร์ รมว.เศรษฐกิจมาเลเซีย กล่าวว่า แผนฉบับแรกซึ่งดำเนินการระหว่างปี 2559-2568 ช่วยประหยัดไฟฟ้าได้ 60,886 กิกะวัตต์-ชั่วโมง คิดเป็นมูลค่าราว 16,100 ล้านริงกิต (ราว 129,835.09 ล้านบาท)
ผลดังกล่าวสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ 52,233 กิกะวัตต์-ชั่วโมง และเทียบเท่ากับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าราว 35.6 ล้านตัน
Malaysia expects its National Energy Efficiency Action Plan 2026-2035 (NEEAP 2.0) to deliver RM85.24 billion in cumulative utility savings by 2035, as the government seeks to curb energy demand and emissions. #NSTBusinessTimes https://t.co/auETW12BjK
— Business Times Malaysia (@MYBusinessTimes) August 11, 2026
ทั้งนี้ มาเลเซียกำลังผลักดันให้ภาคธุรกิจและนักลงทุนให้ความสำคัญกับความยั่งยืนด้านพลังงานมากขึ้น เนื่องจากคาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)
ปัจจุบัน มาเลเซียเป็นศูนย์กลางดาต้าเซ็นเตอร์ที่เติบโตรวดเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และสามารถดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของโลก รวมถึงแอมะซอนและไมโครซอฟท์
เมื่อปี 2566 มาเลเซียออกกฎหมายกำหนดให้ผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ที่สุดต้องดำเนินมาตรการประหยัดพลังงาน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วประเทศลง 45% ภายในปี 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



