สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ว่า เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโต 2.3% ในไตรมาสที่ 2 เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่อ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2564 เนื่องจากการก่อสร้างซบเซา และความต้องการภายในประเทศที่ลดลง ขณะที่กระทรวงงบประมาณและการจัดการของฟิลิปปินส์ระบุว่า แผนการใช้จ่ายที่เสนอสำหรับปีหน้าเทียบเท่ากับ 21.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

งบประมาณการศึกษาจะยังคงได้รับส่วนแบ่งมากที่สุดที่ 1.15 ล้านล้านเปโซ (ราว 622,450 ล้านบาท) แม้จะลดลง 11.5% จาก 1.3 ล้านล้านเปโซ (ราว 703,639 ล้านบาท) ด้านสาธารณสุขจะได้รับ 353,800 ล้านเปโซ (ราว 191,495 ล้านบาท) ลดลง 21% จาก 448,100 ล้านเปโซ (ราว 242,535 ล้านบาท)

งบประมาณด้านเกษตรกรรมถูกกำหนดไว้ที่ 261,700 ล้านเปโซ (ราว 141,640 ล้านบาท) ลดลง 13% จากเกือบ 300,000 ล้านเปโซ (ราว 162,369 ล้านบาท) ในปีนี้

กระทรวงโยธาธิการและทางหลวงของฟิลิปปินส์ ซึ่งมีประเด็นอื้อฉาวด้านโครงสร้างพื้นฐาน จะได้รับ 644,000 ล้านเปโซ (ราว 348,673 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 22% จาก 530,000 ล้านเปโซ (ราว 286,951 ล้านบาท) หลังงบประมาณของหน่วยงานในปีนี้ถูกตัดลดลงประมาณ 40% จากที่เสนอไว้ 881,000 ล้านเปโซ (ราว 477,010 ล้านบาท) ท่ามกลางข้อกล่าวหาเรื่องความไม่โปร่งใสในโครงการโยธาธิการ

งบประมาณด้านกลาโหมเสนอให้เพิ่มขึ้นเป็น 328,800 ล้านเปโซ (ราว 177,988 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 7.6% จาก 305,500 ล้านเปโซ (ราว 165,375 ล้านบาท) ในปัจจุบัน

กระทรวงเสริมว่า เกือบ 4 ใน 5 ของงบประมาณที่เพิ่มขึ้น จะถูกนำไปใช้เพื่อครอบคลุมภาระผูกพันที่จำเป็น เช่น การปรับเงินเดือนสำหรับบุคลากรทางทหาร และเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS