รายการโหนกระแสวันนี้ (11 ส.ค. 2569) เป็นเรื่องราวที่น่าตกใจของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อว่า ‘น้องพี’ (นามสมมติ) ที่ต้องหนีมาพึ่ง ดร. ธนกฤต จิตรอารีรัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากเธอถูกแฟนหนุ่มซึ่งเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจทำร้าย กักขังหน่วงเหนี่ยว และบังคับมีเพศสัมพันธ์ด้วยความรุนแรง โดยในรายการวันนี้ยังมีคุณโย ณัฐธนินทร์ เลิศเตชะสกุล ทีมงานธนกฤต จิตอาสา และทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ มาร่วมพูดคุยด้วย

น้องพีจุดเริ่มต้นของเรื่องราวว่า เกิดขึ้นเมื่อประมาณเดือน มิ.ย. 2568 น้องพีได้รู้จักกับชายที่ชื่อว่า ‘ฟลุ๊ก’ ผ่านทางกลุ่มเพื่อน ซึ่งตอนแรกเธอเข้าใจว่าเป็นอีกคนที่ชื่อเหมือนกัน แต่เมื่อเจอกันจึงได้รู้ว่าเป็นคนนี้ หลังจากนั้นนายฟลุ๊กได้ติดตามอินสตาแกรมและทักมาจีบ มีการไปออกเดต ดูหนัง กินข้าวตามปกติ จนกระทั่งตกลงคบหากันเป็นแฟน ในช่วงแรกนายฟลุ๊กดูเป็นคนอบอุ่น ตั้งใจทำงาน และขยันจนเพื่อน ๆ ของน้องพีต่างก็สนับสนุนว่าทั้งคู่น่าจะส่งเสริมกันได้ดี โดยในขณะนั้นเขายังทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนเกี่ยวกับอุปกรณ์กีฬา ยังไม่มีการประกาศผลสอบนายสิบตำรวจ

ต่อมาช่วงเดือน ต.ค. 2569 ก็มีการประกาศผลสอบ ซึ่งนายฟลุ๊กสอบติดและต้องไปฝึกที่ จ. ขอนแก่น กระทั่งช่วงเดือน ก.พ. – มี.ค. 2579 น้องพีมีปัญหากับทางบ้าน จึงตัดสินใจย้ายไปอยู่กินกับนายฟลุ๊กที่ขอนแก่น ประกอบกับเพื่อที่จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น ไม่ต้องให้นายฟลุ๊กเสียเวลาเดินทางมาหาเธอที่กรุงเทพฯ ทุกวันหยุด


สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่ช่วงแรกที่คบกัน โดยนายฟลุ๊กแสดงพฤติกรรมรุนแรงด้วยการต่อยกำแพงและต่อยหน้าตัวเองจนบาดเจ็บเวลาที่โกรธน้องพี สาเหตุส่วนใหญ่มาจากเรื่องแฟนเก่าของน้องพีที่มีพันธะเรื่องเงินทองที่ยังคืนไม่ครบ พอมีปัญหาก็จะการพูดคุยจนเกิดความน้อยใจ นายฟลุ๊กก็จะใช้วิธีการซื้อดอกไม้ช่อใหญ่มาให้ แต่หากน้องพียังงอนและไม่รับดอกไม้ เขาก็จะระเบิดอารมณ์ด้วยการทำร้ายตัวเองและต่อยกำแพงเพื่อประชด


เหตุการณ์ความรุนแรงครั้งต่อมาเกิดขึ้นที่ร้านเหล้า ซึ่งนายฟลุ๊กชอบดื่ม แต่ตัวน้องพีไม่ดื่ม ในวันนั้นมีปัญหาเรื่องการเลื่อน จยย. ที่จอดขวางท้ายรถ แต่นายฟลุ๊กกลับเลื่อนรถคันนั้นไปไกลจนเลยร้านเหล้าไป ทำให้น้องพีเกรงว่าเจ้าของจะหารถไม่เจอ จึงเกิดมีปากเสียงกัน


เมื่อขึ้นรถ นายฟลุ๊กซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาไม่ยอมให้น้องพีเป็นคนขับ และทำท่าจะต่อยเธอ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์รุนแรงครั้งแรกที่เกิดขึ้นจากการย้อนถามเรื่องอดีตของฝ่ายชายจนทำให้เขาไม่พอใจ นายฟลุ๊กได้กระชากตัวน้องพีบริเวณบันไดทางลงร้านเหล้าพร้อมคำด่า ล็อกคอน้องพีและกดหัวเธอลง ด้วยความที่น้องพีเป็นโรคแพนิคและกลัวที่แคบจึงกรีดร้องด้วยความตกใจ แต่นายฟลุ๊กกลับยัดเธอเข้าไปในรถ กอดรัดฟัดเหวี่ยง และตะโกนว๊ากใส่หน้าเธอ พร้อมกับทุบทำลายคอนโซลจนเสียหาย


สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่น้องพีต้องเผชิญคือ ทุกครั้งหลังจากมีการทะเลาะเบาะแว้งหรือทำร้ายร่างกายกัน นายฟลุ๊กจะขอมีสัมพันธ์ และกัดเธทั่วทั้งร่างกาย จนเธอทนไม่ไหวและต้องตัดสินใจหนีมาขอความช่วยเหลือในที่สุด


หนุ่ม กรรชัย ได้ชี้แจงสถานะของฝ่ายชายเพื่อความถูกต้องและเป็นธรรมต่อหน่วยงานตำรวจ โดยระบุว่า ในขณะนี้ฝ่ายชายมีสถานะเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ดร. ธนกฤต ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เหลือเวลาอีกประมาณ 1 เดือน จึงจะจบการศึกษา อย่างไรก็ตาม ทนายตุ๋ยได้ให้ความเห็นในเชิงกฎหมายโดยอ้างอิงถึง พ.ร.บ. ตำรวจ มาตรา 55 วรรค 2 ที่ระบุว่า ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกหรือเข้าศึกษาในสถานศึกษาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ถือว่าอยู่ในตำแหน่งพลตำรวจ ซึ่งตามกฎหมายถือว่าเป็นตำรวจแล้ว

แต่ความกังวลใจหลักของน้องพีคือ การที่ฝ่ายชายมีพี่เขยเป็นถึงนายตำรวจระดับรองผู้กำกับ ทำให้เธอเกิดความหวาดกลัวในอิทธิพล

สำหรับพฤติกรรมความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้น น้องพีเล่าว่าส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเมื่อมีการทะเลาะกัน โดยเธอได้เปิดใจถึงสาเหตุสำคัญที่เป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวของชีวิตคู่เกี่ยวกับปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์ที่ฝ่ายชายมีอาการหลั่งเร็ว น้องพีระบุว่าเธอต้องอดทนกับเรื่องนี้ และพยายามจะสื่อสารกับแฟนหนุ่มตรง ๆ เธอจึงรู้สึกว่าฝ่ายชายเห็นแก่ตัวที่ต้องการให้เธอปรนนิบัติเพียงฝ่ายเดียว แต่กลับไม่เคยทำเพื่อเธอบ้างเลย เมื่อเธอพยายามจะพูดคุยเรื่องนี้ ฝ่ายชายกลับไม่รับฟัง

น้องพีได้นำคลิปหลักฐานมาแสดงในรายการ จะเห็นว่าฟลุ๊กจับตัวเธอโยนลงบนเตียง มีการกอดรัดฟัดเหวี่ยงบนเตียง ขณะที่น้องพีตะโกนกรีดร้องบอกว่าให้หยุดกัดเพราะเจ็บ น้องพีเล่าถึงเหตุการณ์ความรุนแรงในคลิปที่ปรากฏว่า เริ่มต้นจากการที่น้องพีรู้สึกงอน และต้องการจัดการความรู้สึกตัวเอง จึงเข้าไปขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำพร้อมกับโทรศัพท์ ทั้งคู่ได้มีการพิมพ์ข้อความโต้ตอบและด่าทอกันผ่านแอปฯ ไลน์ จนกระทั่งน้องพีตะโกนออกไปบอกให้เขาหุบปากและหยุดส่งข้อความ ฝ่ายชายจึงเกิดอารมณ์โมโหและพังประตูห้องน้ำเข้าไปลากตัวเธอออกมาตามที่ปรากฏในคลิป ซึ่งในจังหวะนั้นน้องพีพยายามบอกเลิกและร้องตะโกนด้วยความเจ็บ

ที่น่าตกใจคือ ร่องรอยบาดแผลตามร่างกายของน้องพี ซึ่งมีทั้งรอยกัดที่แขน ใบหน้า แก้ม จมูก คอ หัวไหล่ น้องพีเผยว่าเธอถูกกัดบ่อยจนจำจำนวนครั้งไม่ได้ โดยฝ่ายชายจะกัดทั้งในช่วงเวลาที่มีสัมพันธ์และเวลาที่โกรธ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกจะเป็นรอยช้ำเป็นจ้ำ ๆ อย่างชัดเจน เธอเคยถามว่าเขามีรสนิยมแบบ BDSM หรือไม่ ฝ่ายชายกลับปฏิเสธ


ด้านทนายตุ๋ยวิเคราะห์ว่า การกระทำที่รุนแรงเช่นนี้ อาจเกิดจากการที่ฝ่ายชายสูญเสียความมั่นใจในเรื่องสมรรถภาพ เมื่อถูกคนรักพูดจาจี้จุดจึงแสดงออกด้วยการใช้ความรุนแรงเพื่อประชดหรือระบายอารมณ์ ขณะที่ ดร. ธนกฤต กล่าวเสริมว่า หรืออาจะจเป็นรสนิยมเฉพาะตัว เพราะเคยเจอคนที่ต้องมีความรุนแรงหรือเห็นเลือดก่อนจึงจะมีอารมณ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง เพราะอาจรุนแรงถึงชีวิตได้


หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า เรื่องราวของน้องพีน่าตกใจและน่าเห็นใจอย่างมาก และย้ำว่าประเด็นเรื่องเพศสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องปัญญาอ่อนหรือเรื่องเล็กน้อยตามที่มีคนคอมเมนต์เข้ามาต่อว่า เพราะบริบทและความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์แต่ละคนไม่เหมือนกัน การใช้ชีวิตคู่จำเป็นต้องมีการพูดคุยตกลงกัน ว่ารสนิยมของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร เหมือนกับการเลือกน้ำหอมที่คนสองคนอาจชอบกลิ่นต่างกัน แต่ต้องมาอยู่ด้วยกัน จึงต้องบอกความต้องการให้ชัดเจนว่ารับได้หรือไม่ เพื่อปรับตัวเข้าหากัน ซึ่งนี่คือพื้นฐานของการมีชีวิตคู่

น้องพีไม่ได้ทำผิดและไม่ได้ดูเป็นคนบ้าที่ตั้งคำถามกับแฟนหนุ่มว่า ทำไมเขาถึงมีความสุขคนเดียว ในขณะที่เธอไม่มีความสุขเลย น้องพีเพียงแค่ถามว่าจะมีวิธีอื่นหรือการกระทำอื่นที่ช่วยให้เธอมีความสุขเพิ่มขึ้นได้ไหม หลังจากที่ฝ่ายชายมีความสุขไปแล้ว แต่ฝ่ายชายกลับรับไม่ได้กับคำถามเหล่านี้และแสดงอาการไม่พอใจ จนนำไปสู่การทำร้ายร่างกาย ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันได้

เมื่อถูกถามถึงเหตุการณ์ตอนหนีออกมา น้องพี เล่าว่า เธอพยายามจะเก็บของเพื่อกลับบ้านที่กรุงเทพฯ แต่กลับถูกฝ่ายชายกักขังหน่วงเหนี่ยว ฉุดกระชากลากถูไม่ให้ไปไหน และพยายามจะเข้ามากอดขอโทษเพื่อที่จะขอมีสัมพันธ์ด้วย ซึ่งในคลิปหลักฐานจะเห็นเหตุการณ์หลังจากที่เขาทำร้ายด้วยการกัดเธอแล้ว เขาพยายามเข้ามาปลอบให้คุยกันดี ๆ และบังคับให้เธอนอน และไม่ยอมให้โทรศัพท์ปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ทั้งที่ตอนนั้นน้องพีร้องไห้และเจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว

คุณโย ทีมงานธนกฤต จิตอาสา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สภาพจิตใจของน้องพีแย่มาก เนื่องจากมีโรคประจำตัวคือซึมเศร้าและแพนิกอยู่ก่อนแล้ว เมื่อมาเจอเหตุการณ์รุนแรงซ้ำเติมจึงทำให้อาการหนักขึ้น สิ่งที่น้องพีกังวลมากคือคำกล่าวอ้างของฝ่ายชายที่ว่า เขาทำรุนแรงเพราะความกดดันจากการทำงาน การเรียน การฝึกตำรวจที่หนักหน่วง รวมถึงปัญหาเรื่องเงินทองที่ไม่พอใช้ เขาจึงนำความเครียดทั้งหมดมาลงที่น้องพี ซึ่งน้องพีเกรงว่าหากวันหนึ่งเลิกกันไป เขาจะไปลงกับใคร หรือหากเขาได้เป็นตำรวจจริง ๆ พฤติกรรมเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ระบายอารมณ์กับประชาชนหรือผู้ต้องหาหรือไม่ ซึ่งทางทีมงานจึงพาน้องพีไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันและตรวจร่างกาย

ดร. ธนกฤต กล่าวถึงพฤติกรรมรุนแรง วิเคราะห์ว่าพฤติกรรมที่ต้องใช้ความรุนแรงก่อนแ ล้วจบด้วยการมีสัมพันธ์ จากนั้นจึงมาขอโทษด้วยการกอด เป็นวงจรที่สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพจิตอย่างหนึ่ง ซึ่งน้องพีต้องทนเจอเหตุการณ์ซ้ำซากเช่นนี้มาตลอดในช่วงครึ่งปีหลัง จนรู้สึกไม่ปลอดภัยและต้องตัดสินใจถอยออกมา

น้องพี เปิดเผยว่า เธอต้องกลับมาเริ่มต้นรักษาและกินยาซึมเศร้าใหม่ หลังจากหยุดยามาได้ประมาณปีกว่าา และทุกวันนี้ต้องพึ่งพายานอนหลับเพื่อให้ไม่ต้องคิดอะไร ซึ่งผลจากยาทำให้เธอมีอาการเบลอ

ทนายตุ๋ย ได้กล่าวชื่นชมน้องพีที่มีสติ รู้ตัวเอง และพยายามแก้ปัญหาด้วยการเข้าสู่กระบวนการรักษาด้วยตัวเอง ถือเป็นเรื่องที่ดีมากและถูกต้อง

ทางรายการได้พยายามติดต่อฝ่ายชาย เพื่อให้พื้นที่ในการชี้แจงและหาทางออกร่วมกัน เนื่องจากไม่อยากให้เสียอนาคต

ระหว่างนั้น หนุ่ม กรรชัย ได้อ่านโพสต์จากเพจดาว 8 แฉก ที่ระบุว่า ผู้บังคับบัญชากำลังเร่งตรวจสอบหาว่านักเรียนนายสิบคนนี้สังกัดใด หากพบตัวจะมีโทษถึงขั้นไล่ออก

เมื่อถามว่าเหตุใดจึงยังทนอยู่หลังจากเกิดเหตุการณ์รุนแรง น้องพีตอบตามตรงว่า ในตอนนั้นเธอยังรักเขาอยู่ และอยากจะเห็นเขาเรียนจนจบ ติดยศตำรวจตามที่ตั้งใจไว้ เหมือนเริ่มมาด้วยกันก็อยากเห็นความสำเร็จไปด้วยกัน

น้องพี ยังได้เล่าเหตุการณ์ความรุนแรงอีกครั้งที่เมื่อวันที่ 21 ก.ค. โดยมีสาเหตุมาจากเรื่องความหึงหวง หลังจากที่มีผู้หญิงคนหนึ่งมาส่องเฟซบุ๊กของน้องพีบ่อยครั้ง เมื่อน้องพีตรวจสอบจึงพบว่าผู้หญิงคนนั้นตามมาจากเฟซบุ๊กแฟนเก่าของฝ่ายชาย ซึ่งน้องพีเคยเตือนไว้แล้วว่าหากมีปัญหาเรื่องผู้หญิงอีกจะขอเลิกทันที เพราะฝ่ายชายมีนิสัยเจ้าชู้เป็นทุนเดิม ต่อมาฝ่ายชายได้เปิดโทรศัพท์โชว์โพสต์ของผู้หญิงรายหนึ่งที่ขายน้ำอยู่ในโรงพัก ซึ่งถ่ายรูปของเหล่านักเรียนนายสิบตอนไปซื้อน้ำแล้วลงข้อความชื่นชมหนุ่ม ๆ จนมีคอมเมนต์จากผู้หญิงคนอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้น้องพีไม่พอใจที่ฝ่ายชายปล่อยให้เขาถ่ายรูปและนำไปลงโซเชียล จากนั้นก็เกิดการด่าทอและจบลงด้วยการทำร้ายร่างกาย ซึ่งมีรอยกัดที่ต้นขาและรอยฟกช้ำ

ในประเด็นเรื่องเงิน คุณโยให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า น้องพีได้ช่วยดูแลเรื่องการเงินให้ฝ่ายชายด้วย แต่ปัจจุบันได้มีการคืนเงินกันเรียบร้อยแล้ว ส่วนสาเหตุที่น้องพีต้องมาร้องเรียน เป็นเพราะเธอมีความกังวลเรื่องเส้นสายของฝ่ายชายที่มีพี่เขยเป็นถึงรองผู้กำกับ และมีคนรู้จักเป็นตำรวจรุ่นใหญ่ เธอเกรงว่าหากไปแจ้งความเองเรื่องจะเงียบหายเหมือนประสบการณ์ที่เคยเจอมาในอดีต

จุดแตกหักที่ทำให้น้องพีต้องหนีออกมาเ กิดขึ้นเมื่อฝ่ายชายใช้เข่าค้ำตัวเธอไว้บนที่นอนขณะทะเลาะกัน น้องพีจึงเรียกคนในบ้านของฝ่ายชายมาดู และขอจบความสัมพันธ์ทันที หลังจากนั้นฝ่ายชายยังตามมาราวีในเรื่องธุรกิจที่เคยทำร่วมกัน โดยพยายามบีบให้น้องพีเลิกรับของจากบริษัทที่เขาเคยทำงานอยู่ เพียงเพราะเขาไม่อยากดูแล

น้องพีได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีและลงบันทึกไว้แล้วเมื่อวานนี้ โดยระบุเหตุการณ์ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 15 เม.ย. ที่มีการกักขังและบังคับมีสัมพันธ์ในห้องน้ำทั้งที่เธอปฏิเสธอย่างชัดเจน และเหตุการณ์วันที่ 30 พ.ค. ที่ฝ่ายชายพังประตูห้องน้ำ ลากตัวเธอไปทุ่มบนเตียง ขณะที่เธอพยายามจะกลับบ้าน นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์วันที่ 28 ก.ค. ที่ฝ่ายชายใช้เข่ากดคอและหน้าอกของน้องพีจนเธอหายใจลำบาก ต้องตะโกนเรียกให้คนช่วย

ดร. ธนกฤต ตั้งข้อสังเกตว่า พฤติกรรมแบบนี้เข้าข่ายพวกซาดิสม์ ซึ่งในอดีตเคยมีกรณีที่ฝ่ายชายบีบคอคู่ของตัวเองระหว่างมีสัมพันธ์จนเสียชีวิตมาแล้ว

สำหรับปัญหาเรื่องการใช้ชีวิตคู่ น้องพี เปิดใจว่า เธอเคยพยายามพูดคุยเรื่องเพศสัมพันธ์กับฝ่ายชายอย่างตรงไปตรงมา เธอพยายามอ้อนวอนและพูดคุยดี ๆ เพื่อแก้ปัญหาระยะยาว แต่ฝ่ายชายกลับรับไม่ได้และนำไปสู่การทะเลาะวิวาท ไม่พยายามปรับตัวหรือแก้ไข

หนุ่ม กรรชัย ได้สอบถามน้องพีถึงชนวนเหตุความรุนแรง โดยเฉพาะประเด็นคำพูด ว่าอาจจะไปกระทบจิตใจฝ่ายชายหรือไม่ แต่น้องพียืนยันว่า เธอไม่ได้ใช้คำพูดที่รุนแรงหรือเหยียดหยามศักดิ์ศรีของฝ่ายชาย แต่อย่างใด คำพูดที่รุนแรงที่สุดที่เธอสื่อสารออกไปคือการขอเลิก โดยหลังจากที่มีสัมพันธ์กัน ฝ่ายชายซึ่งไปถึงจุดหมายเร็วมาก และมักจะละเลยปล่อยให้เธออยู่อ้างว้างโดยไม่ดูแลความรู้สึก ซึ่งน้องพีอธิบายว่าเธอรู้สึกอารมณ์เสียและตั้งคำถามว่า ทำไมเหตุการณ์แบบนี้ถึงเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้องพีชี้แจงว่าเธอไม่ได้พูดประชดในขณะที่กำลังมีกิจกรรม แต่เป็นการพูดคุยหลังจากที่ได้ตกตะกอนความคิดแล้วว่า ความสัมพันธ์นี้ไปต่อไม่ได้ เพราะปัญหาที่สะสมมาหลายครั้งจนเธอรับไม่ไหว

อย่างไรก็ตาม ทนายตุ๋ยวิเคราะห์เพิ่มเติมว่า นั่นคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ฝ่ายชายสูญเสียความมั่นใจ และทำรุนแรงเพื่อเป็นการประชด ในปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์และคลินิกสุขภาพชาย ที่สามารถรักษาอาการเหล่านี้ได้ ซึ่งหากฝ่ายชายมีความตั้งใจที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา และไม่ปล่อยให้เรื่องค้างคา พฤติกรรมรุนแรงอื่น ๆ ก็อาจจะไม่เกิดขึ้น

ขณะที่หนุ่ม กรรชัย ได้ย้ำว่า เรื่องรสนิยมและความต้องการทางเพศเป็นพื้นฐานของคู่ชีวิตที่ต้องมีการพูดคุยตกลงกัน การที่ฝ่ายหญิงเรียกร้องความสุขในชีวิตคู่นั้น ไม่ใช่เรื่องที่เธอมีความต้องการมากเกินไป แต่เป็นเรื่องความรู้สึกของมนุษย์ที่ต้องสื่อสารกันว่า ฝ่ายชายจะสามารถทำอย่างไรให้ฝ่ายหญิงมีความสุขร่วมกันไปได้

ทนายตุ๋ย ได้กล่าวเสริมในทางกฎหมายว่า หากเป็นสามีภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันแล้ว ปัญหาเรื่องการร่วมหลับนอนหรือการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้ ถือเป็นเหตุในการฟ้องหย่าได้เช่นกัน

แต่ในกรณีนี้ น้องพี่ระบุว่า เมื่อมีการพูดคุยกันฝ่ายชายกลับไม่พอใจ และเปลี่ยนมาเป็นการทำร้ายร่างกายแทน โดยเฉพาะพฤติกรรมการกัดตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย รวมถึงการกัดที่หน้าอกและอวัยวะเพศจนเป็นแผลรอยฟันและรอยช้ำ

สำหรับการดำเนินการช่วยเหลือทางกฎหมายและสภาพจิตใจ คุณโยยืนยันว่า จะพาน้องพีไปแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเพิ่มเติม และเน้นย้ำเรื่องการบำบัดรักษาจิตใจ เนื่องจากตอนนี้น้องพีมีภาวะหวาดกลัวอย่างรุนแรง และไม่สามารถใช้ชีวิตปกติได้หากไม่ได้กินยานอนหลับ

ขณะที่ ดร. ธนกฤต ได้ประสานไปยังผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดของนักเรียนนายสิบรายนี้ เพื่อให้รับทราบถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม และพิจารณามาตรการลงโทษทางวินัย รวมถึงการเสนอให้ส่งฝ่ายชายไปตรวจประเมินทางจิตเวชด้วย ในทางคดีอาญามีหลายข้อหาที่เข้าข่าย ทั้งการข่มขืนกระทำชำเราในกรณีที่ไม่ยินยอม การหน่วงเหนี่ยวกักขัง และการทำร้ายร่างกาย ซึ่งมีใบรับรองแพทย์และร่องรอยบาดแผลชัดเจน พร้อมกันนี้ยังได้ชื่นชมในความกล้าหาญของน้องพีที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราว เพราะน้องพีมองว่าหากเขาเรียนจบไปเป็นตำรวจ แล้วนำพฤติกรรมเช่นนี้ไปใช้กับคนอื่น คนอื่นในสังคมจะได้รับพิษภัยไปด้วย

ทนายตุ๋ยให้ข้อมูลว่า ความผิดในคดีนี้มีโทษสูงสุดอาจถึง 20 ปี ซึ่งฝ่ายชายต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบทั้งวินัยและอาญา แม้ในทางคดีจะยอมความไม่ได้ แต่ฝ่ายชายสามารถมาบรรเทาได้ ร่วมแก้ไขปัญหา รวมถึงทางผู้บังคัญชาที่อาจแก้ไขตัดปัญหาตั้งแต่ต้น ไม่ให้มีผลกระทบต่อคนอื่นหรือสังคมในอนาคต

นอกจากนี้ ดร. ธนกฤต เตรียมนำน้องพีเข้าสู่กระบวนการของกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอรับเงินเยียวยาผู้เสียหายในคดีอาญา และมาตรการคุ้มครองพยาน

สุดท้าย หนุ่ม กรรชัย ได้ถามถึงความรู้สึกของน้องพี เธอตอบเพียงว่าเ ธอไม่ได้รู้สึกสะใจหรือแค้นเคืองอะไร ขอปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎแห่งกรรมและกฎหมาย

ขอบคุณรายการโหนกระแส