นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กระแสการนำเทคโนโลยี AI มาสร้างสรรค์ผลงานเพลงกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่สูงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนเสียงร้อง การรีมิกซ์ หรือการสร้างเพลงใหม่ ล่าสุดมีการเปิดเผยแนวทางทางกฎหมายเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ เพื่อให้ประชาชนและครีเอเตอร์เข้าใจถึงขอบเขต ความเสี่ยง และเงื่อนไขการจ่ายค่าลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง กรมขอแนะนำ ดังนี้

กรณีที่อาจเข้าข่าย “ละเมิดลิขสิทธิ์”

การนำ AI มาใช้ร่วมกับเพลงที่มีลิขสิทธิ์อาจสุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย หากไม่ได้อนุญาตจากเจ้าของผลงาน และไม่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย โดยแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลัก:

  • การเปลี่ยนเสียงศิลปินด้วย AI (AI Voice Conversion): การนำเพลงต้นฉบับมาให้ AI เปลี่ยนเสียงนักร้อง โดยยังคงทำเนื้อร้อง ทำนอง หรือดนตรีเดิมไว้ ถือว่ามีกระบวนการทำสำเนาระหว่างประมวลผล เข้าข่ายการทำซ้ำและดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์
  • การรีมิกซ์เพลงด้วย AI (AI Remix): การนำองค์ประกอบเดิม เช่น เสียงร้อง ดนตรี หรือทำนอง มาปรับจังหวะ เปลี่ยนคีย์ หรือจัดโครงสร้างใหม่ แล้วนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ถือเป็นการทำซ้ำ ดัดแปลง และเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • การสร้างเพลงใหม่ด้วย AI โดยใช้เพลงเดิมเป็นต้นแบบ: หากผลงานใหม่ที่ AI Gen ออกมา ยังคงมีสาระสำคัญ หรือมีเอกลักษณ์ที่ทำให้รับรู้ได้ว่าดัดแปลงมาจากผลงานต้นฉบับ จะเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์เช่นกัน (พิจารณาเป็นรายกรณี)

กรณีที่ไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

ผลงานเพลงที่หมดอายุความคุ้มครองตามกฎหมายแล้ว จะตกเป็น “สาธารณสมบัติ” (Public Domain) ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถนำมาใช้เป็นข้อมูลต้นแบบให้ AI ประมวลผลได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

ข้อควรระวัง: ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่

คำแนะนำ: ก่อนนำเพลงไปใช้กับ AI เพื่อเผยแพร่ลงโซเชียลมีเดีย ควรตรวจสอบสถานะลิขสิทธิ์ให้รอบคอบ หากไม่แน่ใจ แนะนำให้ขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน เพื่อป้องกันข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจตามมา