นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด) รฟท. มีมติอนุมัติสั่งจ้างกิจการค้าร่วม ในนามบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด ประกอบด้วย 1. บริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด — Lead Firm 2.บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด 3.บริษัท เทสโก้ จำกัด 4.บริษัท เอ็มเอชพีเอ็ม จำกัด 5.บริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด และ 6.บริษัท ดีเคด คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงนครสวรรค์ – บ้านไผ่ เป็นการก่อสร้างรถไฟทางเดี่ยว (ตามผลศึกษาเดิม) ระยะทาง 304 กิโลเมตร(กม.) มีอุโมงค์ 2 แห่ง และปรับปรุงทางรถไฟเดิมจากชุมทางกุดน้ำใส-สถานีรถไฟจัตุรัส-ชุมทางบัวใหญ่ ระยะทาง 66.20 กม. วงเงิน 200,600,000 บาท

นายอนันต์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังอนุมัติสั่งจ้างกิจการค้าร่วม ในนามบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด เป็นผู้ออกแบบรายละเอียด และจัดทำรายงาน EIA โครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงจัตุรัส – ชัยภูมิ – หนองบัวลำภู เป็นการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะทางรวม 230 กม. วงเงิน 192,200,000 บาทด้วย อย่างไรก็ตามทั้ง 2 เส้นทาง เป็นทางรถไฟสายใหม่ ซึ่งในส่วนของช่วงนครสวรรค์- บ้านไผ่ จะใช้เวลาดำเนินการ 450 วัน หรือประมาณ 15 เดือน นับถัดจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งให้เริ่มปฏิบัติงาน ส่วนช่วงจัตุรัส – ชัยภูมิ – หนองบัวลำภู จะใช้เวลาดำเนินการ 540 วัน หรือประมาณ 18 เดือน เบื้องต้น รฟท. จะลงนามสัญญาทั้ง 2 โครงการกับผู้รับจ้างภายในเดือน ก.ย.2569

นายอนันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงนครสวรรค์ – บ้านไผ่ ถือเป็นเส้นทางใหม่ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาโครงข่ายรถไฟ เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงพื้นที่ภาคเหนือ กับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(สายอีสาน) ช่วยเติมเต็มทำให้โครงข่ายของเส้นทางรถไฟตามแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East West Economic Corridor) จากแม่สอด-นครพนม มีความสมบูรณ์ และสามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟสายอีสานในพื้นที่บ้านไผ่ได้ เป็นการเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้กับประชาชน และการขนส่งสินค้าด้วย โดยไม่ต้องผ่านเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ

นายอนันต์ กล่าวด้วยว่า ส่วนโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงจัตุรัส-ชัยภูมิ-หนองบัวลำภู เป็นอีกเส้นทางใหม่ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการเชื่อมโยงโครงข่ายรถไฟในภาคอีสานให้มีความสมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับเส้นทางนี้การออกแบบจะค่อนข้างยาก เนื่องจากต้องพาดผ่านพื้นที่ภูเขา โดยเฉพาะช่วงเขาพังเหย จ.ชัยภูมิ ซึ่งจะต้องออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศที่ซับซ้อนนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อการออกแบบรายละเอียดของทั้ง 2 เส้นทางแล้วเสร็จ จากนั้นจะเสนอโครงการฯ เพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า เส้นทางที่จะทำให้โครงข่ายของเส้นทางรถไฟตาม East West Economic Corridor จากแม่สอด-นครพนม มีความสมบูรณ์ ประกอบด้วย 3 เส้นทาง ได้แก่ 1.รถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง จะแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการปี 2571, 2.รถไฟทางคู่ ช่วงแม่สอด-ตาก-กำแพงเพชร-นครสวรรค์ ระยะทาง 250 กม. อยู่ในขั้นตอนการพิจารณารายงาน EIA 

และ 3.รถไฟทางคู่ ช่วงนครสวรรค์-กุดน้ำใส-ชัยภูมิ-บ้านไผ่ มีแผนงานเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) พิจารณาในปี 2570 เปิดประมูลปี 2571 ก่อสร้างปี 2572 แล้วเสร็จ และเปิดให้บริการปี 2576 โดยทั้ง 3 เส้นทางนี้จะเชื่อมต่อกัน ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จครบทั้ง 3 สาย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทำให้การขนส่งสินค้า และการสัญจรเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา สปป.ลาว เวียดนาม และกัมพูชา สะดวกมากขึ้น.