เมื่อวันที่ 13 ส.ค.นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามการใช้ระบบ Traffy EDU ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยจะมีการใช้ระบบดังกล่าวเชื่อมโยงกับศูนย์พิทักษ์ฯ เข้ามาเชื่อมโยงการทำงานระหว่างส่วนกลางและสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยระบบการทำงานของศูนย์พิทักษ์ฯได้กำหนดแผนระยะสั้นอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องในวันที่ 17 ส.ค.ทุกสังกัดของศธ.ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและการใช้งานระบบ Traffy EDU ขณะเดียวกันก็จะเริ่มประชาสัมพันธ์เปิดเผยถึงขั้นตอนการเข้าถึงระบบให้ประชาชน นักเรียน และครู ได้รับทราบแนวทางการแจ้งเหตุ ทั้งนี้การดำเนินงานของศูนย์พิทักษ์สิทธิฯได้ปรับรูปแบบการทำงานจากเดิมที่ต่างคนต่างทำ ให้มารวมอยู่ที่ศูนย์กลาง โดยมี สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) เป็นเจ้าภาพหลัก
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า สำหรับแผนระยะยาวตนจะปั้น Super App หรือระบบ EDU PASS เชื่อมกับระบบ Big Dataของ ศธ. เพราะขณะนี้กำลังเร่งทำ Digital Transformation โดยการพัฒนา Super App ซึ่งคาดว่าระบบจะเสร็จสมบูรณ์ในเดือนมกราคม 2570 สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS (App Store) และ Android สำหรับศูนย์พิทักษ์สิทธิ์และระบบ Traffy EDU จะถูกผนวกรวมเป็นหนึ่งในฟีเจอร์หลักบนแอป EDU PASS เหมือนที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีแอพพลิเคชั่นหมอพร้อม หรือแม้กระทรวงมหาดไทยมีระบบ ThaiID โดยระบบ EDU PASS ในอนาคตจะเชื่อมระบบกับสาธารณสุข เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาลหรือโรคประจำตัวของเด็กได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน มีระบบเบอร์ Hotline รองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน ซึ่งระบบ EDU PASS นี้จะเป็นระบบที่ปลอดภัยจากผู้เข้ามาป่วนหรือก่อกวน เนื่องนจากมีการคุ้มครองข้อมูลและการยืนยันตัวตน เพื่อป้องกันปัญหาการแจ้งข่าวเท็จและคุ้มครองผู้แจ้งเหตุ อีกทั้งยังคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ข้อมูลการแจ้งเหตุจะได้รับการปกป้องเป็นความลับตามขอบเขตของกฎหมาย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตัวผู้แจ้ง
ด้านนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา โดยมุ่งเน้นการเป็นพื้นที่ปลอดภัยในการรับฟังและช่วยเหลือเด็กอย่างครอบคลุมทุกมิติ ส่วนการจัดสรรบุคลากรมาปฎิบัติหน้าที่ที่ศูนย์แห่งดังกล่าวนั้น เร็วๆนี้ปลัดศธ.จะเตรียมลงนามเกลี่ยอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ เพื่อตั้งทีมปฏิบัติงานศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพอย่างเป็นรูปธรรม การดำเนินงานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การแก้ปัญหาการละเมิดสิทธิเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงระบบความปลอดภัยและการดูแลสุขภาวะทางจิตใจ เรามีการถอดบทเรียนต่างประเทศ นำกรณีศึกษาปัญหาความรุนแรงในต่างประเทศ เช่น เหตุการณ์กราดยิงในสหรัฐฯมาเป็นอุทาหรณ์ ซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่เด็กขาดพื้นที่ระบายความเครียดและไม่มีผู้รับฟังปัญหา บริบทของแต่ละโรงเรียนมีความแตกต่างกัน อีกทั้งบ้าน โรงเรียน หรือครู อาจไม่ได้เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเด็กทุกคนเสมอไป ศูนย์พิทักษ์สิทธิฯ จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางหลักในการเพิ่มพื้นที่รับฟังเสียงของเด็ก และร่วมกันแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที


