กรณีศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พิพากษาคดีฉ้อโกงแชร์ Forex-3D ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้บริหาร กับพวกรวม 24 คน รวมถึง น.ส.สาวิกา ไชยเดช หรือ พิ้งกี้ นักแสดงชื่อดัง, นางสรินยา ไชยเดช มารดา และนายกิตติเชษฐ์ หรือ สรายุทธ ไชยเดช พี่ชาย เป็นจำเลย ซึ่งใช้เวลาเกือบ 8 ชั่วโมง สั่งยกฟ้องพิ้งกี้ สาวิกา พร้อมแม่และพี่ชาย ส่วนอภิรักษ์กับพวกรวม 5 คน ศาลสั่งจำคุกคนละ 49,110 ปี พร้อมสั่งปรับ 2 บริษัท รายละ 4,911 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ศาลพิพากษายกฟ้อง ‘ครอบครัวพิ้งกี้’ ส่วน ‘อภิรักษ์-เมีย-พวก’ จำคุกคนละเกือบ 5 หมื่นปี
ภายหลังคำพิพากษา ผู้สื่อข่าวได้ขอสัมภาษณ์นายพิสิษฐ์ ชุติพรพงษ์ชัย ทนายความที่ว่าความให้ญาตินายอภิรักษ์ และนายวรยุทธ บุญวงศ์ใส ทนายของนายสรายุทธ พี่ชาย และนางสรินยา แม่ของพิ้งกี้ โดยนายพิสิษฐ์ เปิดเผยว่า ขอสรุปคำพิพากษาคร่าว ๆ เนื่องจากรายละเอียดเยอะมาก คดีนี้สืบพยานมา 5 ปี และศาลอ่านคำพิพากษาถึง 6 ชั่วโมง ซึ่งนานมากในชีวิตการทำงาน โดยศาลพิพากษาจำคุกคุณอภิรักษ์ รวมถึงจำเลยที่ 5, จำเลยที่ 9, จำเลยที่ 11 และจำเลยที่ 21 ซึ่งกำหนดโทษสูงสุดตามกฎหมาย ส่วนที่เหลือยกฟ้อง โดยศาลได้แยกแยะความเกี่ยวข้องเป็นหลัก จำเลยที่ถูกลงโทษคือผู้ที่มีช่องทาง มีเส้นทางการเงิน และมีการโฆษณาเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจวอลเล็ตและการทำเทรด ส่วนจำเลยที่ยกฟ้องส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทหรือคนในครอบครัวซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำธุรกิจ

ส่วนของครอบครัวนายอภิรักษ์ กรณีบิดา มารดา และน้องชายของนายอภิรักษ์ ที่ตนเป็นทนายความให้ ศาลยกฟ้องเพราะเห็นว่าเป็นแค่บุคคลในครอบครัวและไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำธุรกิจ ส่วนคุณพิ้งกี้ศาลมองว่าเป็นแค่นักลงทุน ไม่ได้มีส่วนในการประกอบกิจการ สำหรับพี่ชายของคุณพิ้งกี้ ศาลยกฟ้องเพราะเป็นแค่ชื่อกรรมการบริษัทที่จดไว้ตั้งนานแล้ว แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้เข้าร่วมบริหารเลย ด้านเหตุผลที่ศาลลงโทษคุณอภิรักษ์ เนื่องจากพยานหลักฐานของโจทก์มีความชัดเจนทั้งในส่วนของการชักชวนและการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ส่วนจำเลยที่ศาลยกฟ้อง พยานหลักฐานของโจทก์ยังไม่ชัดแจ้งว่ามีส่วนร่วมกระทำความผิดจริง ทั้งนี้ ทนายความทั้งสองท่านไม่ได้เป็นทนายของจำเลย 5 คน ที่ศาลพิพากษาจำคุก แต่เป็นทนายของจำเลยกลุ่มที่ศาลยกฟ้องทั้งหมดจากจำนวนจำเลย 24 คน ที่ถูกลงโทษไป

สำหรับการต่อสู้คดีที่ผ่านมา นายวรยุทธ ทนายความของนายสรายุทธ พี่ชายของพิ้งกี้ ระบุว่า ต่อสู้ด้วยความจริงในฐานะกรรมการที่ร่วมกันจัดตั้งบริษัทตั้งแต่แรก โดยมีความต้องการทำชิปปิ้ง ไม่ได้ต้องการทำธุรกิจนี้ ต่อมาภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโดยที่ไม่ได้ดำเนินการเอง จนกระทั่งพี่ชายพิ้งกี้กลับมาจากต่างประเทศและเข้าไปรู้เห็นว่ามีการดำเนินธุรกิจนี้ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปบริหารหรือลงทุนแต่อย่างใด ส่วนขั้นตอนการขอปล่อยตัวหลังจากนี้ จะต้องรอให้กระบวนการของทางราชทัณฑ์ดำเนินการ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ 20.00 น.
ทนายความทั้งสองได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนที่ติดตาม และขอบคุณศาลที่พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ คำพิพากษารัดกุมและเห็นชัดแจ้ง

ทั้งนี้ รายงานข่าวแจ้งว่า ด้าน น.ส.สาวิกา หรือพิ้งกี้ ภายหลังเสร็จสิ้นคําพิพากษาได้ออกจากห้องพิจารณาคดีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนปัดสื่อว่าไม่สะดวกให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยตอบเพียงสั้น ๆ ว่า ดีใจค่ะ และหลังจากนี้จะไปรับแม่กับพี่ชายที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และบอกว่าก็เป็นไปตามที่ศาลชี้แจง.



